ียงลำพังแล้วจากไปเช่นนี้เล่า——ฮือๆ!”
สองสามีภรรยาที่กำลังโต้เถียงกันด้วยใบหน้าแดงก่ำ ต่างพากันสะดุ้งโหยงแล้วผงะสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงร่ำไห้ปิ่มว่าจะขาดใจของสตรีผู้หนึ่งเปล่งดังขึ้น
ฮูหยินของผู้ใหญ่บ้านที่ยังมิทันได้ตั้งสติ ก็พลันแผดเสียงดังตวาดขึ้นว่า
“หญิงวิปลาสมาจากที่ใดกัน! จงไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!”
เมิ่งซีโจวหาได้ใส่ใจกับเสียงตวาดไล่ไม่ นางยังโถมกายลงบนเนินดินของหลุมศพที่เพิ่งกลบใหม่ๆ ร่ำไห้ออกมาเสียงดังประดุจหัวใจทั้งดวงได้แหลกสลาย กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า
“ปีนั้นเราสองคนได้พบกันที่ริมธาร ท่านพี่เอ่ยคำมั่นสัญญากับข้าว่า ท่านจะไม่แต่งหญิงใดนอกจากข้าเพียงผู้เดียว! คำสาบานต่อฟ้าดินยังดังก้องอยู่ในหูของข้า! แต่บัดนี้…ท่านกลับไปนอนร่วมโลงกับสตรีอื่น! ท่านพี่ช่างไร้เยื่อใยนัก! เจ้าคนทรยศ! เจ้าบุรุษชั่วช้า——!”
นางทั้งร่ำไห้คร่ำครวญทั้งก่นด่าไม่หยุด ครั้นแล้วกลับใช้สองมือขุดพรวนดินบนหลุมศพออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ข้าไม่ยอม! ข้าไม่ยอมให้เจ้ามีสตรีอื่น! ยามมีชีวิตเจ้าคือคนของข้า ครั้นตายไปก็ต้องเป็นผีของข้าด้วย! ข้าจะขุดเอานางออกมาเดี๋ยวนี้——ข้าไม่ยอม!”
“หยุดมือเดี๋ยวนี้นะ! นังหญิงบ้าเสียสติ! เจ้ารีบหยุดเดี๋ยวนี้!”
สองสามีภรรยาต่างพากันตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า เมื่อเห็นเมิ่งซีโจวลงมือ