แม่เ่าจางผู้นี้มีอุปนิสัยใจคอคับแคบเป็นปกติ ทั้งปากร้ายทั้งใจดำอำมหิต ชาวบ้านรอบข้างต่างรู้สึกรังเกียจ ครั้นเห็นนางเป็นลมล้มฟุบลงไปกับพื้นเช่นนี้ ชาวบ้านโดยรอบกลับมิมีผู้ใดก้าวออกมาช่วยประคองนางเลยแม้สักคนเดียว
มีเพียงเมิ่งซีโจวผู้เดียวที่ถลาเข้าไปนั่งข้างกายแม่เ่าจาง พลางร่ำไห้คร่ำครวญด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจยิ่งนัก
“ท่านแม่~ท่านแม่~ได้โปรดลืมตาตื่นขึ้นเถิด!”
นางยื่นมือออกไปลองสัมผัสลมหายใจที่ปลายจมูกของอีกฝ่าย
โชคยังดี…นางยังมีลมหายใจอยู่
ไม่ตายย่อมนับว่าดี งานใหญ่ยังมาไม่ครบครัน แล้วจะมาสิ้นใจเพราะถั่วลิสงติดคอได้อย่างไรกันเล่า?
เมิ่งซีโจวหันไปมองผู้ใหญ่บ้านที่ยามนี้ใบหน้าหม่นคล้ำดุจเหล็กเขียว ก่อนจะเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า
“คนผมหงอกต้องมาส่งคนผมดำไปก่อนเช่นนี้ ท่านแม่สามีของข้าย่อมสุดจะต้านทานต่อความเศร้าโศกได้ ยามนี้ถึงกับสลบไสลหมดสติไปแล้ว… ผู้น้อยคงต้องขอรบกวนผู้ใหญ่บ้าน ให้เมตตาช่วยจัดคนสักสองสามคนไปช่วยฝังพี่สาวกับพี่เขยของข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านจ้องมองกองปัญหาอันยุ่งเหยิงตรงหน้าแล้ว ก็ได้แต่ฝืนตอบรับกลับไป