“ข้าย่อมต้องทำเช่นนั้น เมื่อครอบครัวใดเกิดเรื่องขึ้น ทุกคนในหมู่บ้านย่อมต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน” เขาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทอดถอนใจออกมาแล้วเอ่ยต่อ “เฮ้อ…สองผัวเมียนี่ก็ช่าง…!”
ครั้นกล่าวได้เพียงเท่านั้น ก็ร้องเรียกคนมาหลายคน จัดการแบ่งส่วนหนึ่งให้ไปหามร่างของแม่เ่าจางที่นอนสลบไสลกลับไป อีกส่วนหนึ่งให้ไปยังบ่อร้าง เพื่อจัดการฝังศพคนทั้งสองต่อไป
ม่านแห่งความอลหม่านวุ่นวายครานั้นจึงค่อยๆปิดฉากลง
ชาวบ้านต่างพากันจับกลุ่มซุบซิบนินทา พลางถอนหายใจแล้วทยอยแยกย้ายกันกลับไปบ้านของตนเอง
เมิ่งซีโจวยามนี้นอนทอดกายอยู่บนฟูกหยาบที่แสนเย็นเฉียบ
ดวงตาทั้งสองเบิกค้าง ไร้ซึ่งวี่แววแห่งนิทรา
ในวันพรุ่งนี้—
คือวันเข้าหอของนางกับจางจื้อ บุรุษโง่เขลาสติปัญญาอ่อนด้อย ผู้เคยเป็นสามีของนางในชาติปางก่อน
เพียงนึกถึงชื่อนี้ขึ้นมาในหัว
ภายในอกของนางก็พลันปั่นป่วนดุจคลื่นโหมซัดกระหน่ำใส่ อาการคลื่นเหียนชวนอาเจียนแล่นขึ้นลำคอจนแทบสำรอกออกมา
ยามที่เขาอายุได้เพียงสองขวบ เคยผลักเด็กผู้อื่นตกลงบ่อคูถ ส่วนตนเองกลับตกอกตกใจจนไข้ขึ้นสูง เผาผลาญสติปัญญาของตนจนวิปลาส
จิตใจและสมองของเขาจึงได้หยุดอยู่เพียงวัยเยาว์ มิอาจเติบโตได้อีก