สะใภ้ตระกูลหวังผู้ซึ่งไม่ลงรอยกับแม่เ่าจางเป็นทุนเดิม ยามนี้ยืนกอดอกพลางกลอกตามองอย่างเหยียดหยัน “ช่างเป็นพวกต่ำทราม มิอาจขึ้นสู่เวทีได้! เรื่องสกปรกโสมมเช่นนี้ ฟังแล้วถึงกับทำให้หูของข้าต้องพลอยแปดเปื้อนไปด้วย!”
“พวก…พวกเจ้า!” แม่เ่าจางเดือดดาลจนร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำราวตับสุกร ยามนี้แทบจะสิ้นสติล้มพับลงไปกองกับพื้นทันที!
ลู่เอ้อร์เหนียงซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกับตระกูลจาง พลันเอ่ยขึ้นด้วยความฉงนสงสัยว่า
“แต่สถานที่แห่งนั้นก็มิได้มีผู้ใดอยู่เลยมิใช่รึ?”
สะใภ้ตระกูลหวังฟังแล้วถึงกับหัวเราะจนตัวงอ พลางกล่าวอย่างเย้ยหยัน
“โถๆ ลู่เอ้อร์เหนียงจ๊ะ เจ้านี่มันช่างโง่งมเสียจริงเชียว! แม่เ่าจางพาชาวบ้านไปด้วยตั้งมากมายถึงเพียงนี้ แล้วสองผัวเมียนั่นจะยังไม่รีบไปหาที่หลบซ่อนอย่างนั้นรึ? ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะซ่อนตัวอยู่หลังฟางกองใดกองหนึ่ง คอยแอบดูมารดาตนต้องอับอายขายหน้าอยู่ก็เป็นได้!”
“ข้าจะฉีกปากที่แสนต่ำช้าของเจ้าให้ขาดเลยคอยดู!”
แม่เ่าจางที่พยายามสะกดกลั้นทั้งโทสะและความอัปยศอดสูมาเป็นเวลานาน บัดนี้พลันปะทุเดือดดาลขึ้น นางกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น ก่อนจะพุ่งกระโจนเข้าตะลุมบอนใส่คู่อริอย่างสะใภ้ตระกูลหวัง!
บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นอลหม่านวุ่นวายขึ้นทันใด