ทับในหัวใจขยับออกไปและรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
เธอมีตระกูลหานอยู่ข้างหลัง พ่อของเธอเป็นผู้นำตระกูล หากต้องการทรัพยากรก็มีให้เสมอ ทั้งยังสามารถฝึกฝนได้เร็วกว่าคนทั่วไป เฝ่ยไป๋ลู่ที่ไร้อำนาจวาสนา จะเอาอะไรมาเทียบเธอได้?
ความมั่นใจที่ได้มาจากภูมิหลังของชีวิตทำให้หานเสียวเสี่ยวขจัดหมอกดำทะมึนบนศีรษะของเธอออกไป เธอยืดหลังตรง ทำหน้าเย่อหยิ่งอย่างเคย
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจสายตาที่อยู่รอบ ๆ ตัวเลย เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ตื่นเต้นของเหมียวจื่ออั๋งและเห็นกานว่างที่กำลังวิเคราะห์ข้อมูลของคู่ต่อสู้ในการแข่งขันครั้งถัดไป กระทั่งบอกอย่างมั่นใจว่าจะสามารถชนะในรอบนี้แน่นอน
เธอก็ส่ายหน้าแล้วพูดให้เสียกำลังใจเป็นครั้งแรก “เกมถัดไป กานว่างชนะได้ยาก บางทีตารางการแข่งขันของเราอาจจะสิ้นสุดลงแล้ว”
“หา?” เหมียวจื่ออั๋งตีหน้าบื้อ แม้แต่กานว่างเองก็งุนงงเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะแพ้ไม่ได้ อันที่จริงชนะติดต่อกันหลายเกมนี้ก็เกินความคาดหมายของเขาแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะคำแนะนำของเฝ่ยไป๋ลู่ในช่วงเวลาวิกฤต เขาคงออกจากการแข่งขันไปนานแล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่พูดแบบนี้ เธอจะต้องมีเหตุผลแน่
บัดนี้กานว่างไม่กล้าประเมินเฝ่ยไป๋ลู่ต่ำไป
“เหมียวจื่ออั๋งสนใจแค่ชายสองคน แต่กลับลืมอีกคน” เฝ่ยไป๋ลู่ใช้สายตาส่งสัญญาณให้พวกเขามองไปที่ชายสองคนและหญิงหนึ่งคนทางด้านซ้าย “มองดี ๆ ผู้หญิงผมยาวคนนั้นมีเล็บสีม่วง เธอเป็นผู้ใช้พิษ”
“กานว่างถูกสามรุมหนึ่งย่อมเสียเ