นเรือนชิงเหอ ฉันเชียงเหอเดือดดาลดุจไฟสุมอก มือสั่นเทา “นี่หรือบุตรสาวของข้า! โตขึ้น พอได้เป็น จวิ้นจู่ แล้ว กล้ากดขี่
แม่นมฉันทอดถอนใจ
“ฮูหยิน บางทีท่านอาจเร่งรัดเกินไป…”
“ข้าเร่งรัดอะไร!”
ฉันเชียงเหอกัดฟัน
นางเป็นลูกข้า ข้าไม่ให้นางไปสนิทกับซุน เหนียง ข้าผิดตรงไหน!”
แม่นมฉินมองนายหญิงด้วยสายตาหนักอึ้ง
“ฮูหยิน….ท่านเคยถามตนเองหรือไม่ ว่าเหตุใดวันนี้คุณหนูใหญ่จึง
กล้าฉีกหน้าท่านเช่นนี้?”
คําถามนั้นดุจเข็มทิ่ม แต่ฉันเชียงเหอกลับปฏิเสธเสียงแข็ง “ก็เพราะชุน เหนียงยุยงไงล่ะ! เห็นนางได้เป็น จวิ้นจู่ จึงคิดถึงไป
เป็นพวก!”
แม่นมฉินส่ายหน้า
“มิใช่เพราะผู้อื่น แต่เพราะท่านละเลยนางมานาน พอวันนี้นางมี อ้านาจ ท่านจึงค่อยคิดเรียกหา ความจริงใจมิใช่สิ่งที่เรียกร้องเอาได้”
“ข้าไม่จริงใจหรือ!”
ฉันเชียงเหอโกรธจนหน้าแดง
“ข้าชวนกินข้าวด้วยกัน นางกลับเลือกไปกินกับอนุ ข้าเลี้ยงดูมาเช่น
ไร ถึงได้เลี้ยงหมาป่าขาวตาเช่นนี้!”
วาจานั้นแรงจัด แม้มีหยาบโลน แต่เชือดเฉือนลีก ท้ายที่สุด นาง
ประกาศกร้าว
“นับแต่นี้ ข้าจะไม่ยุ่งเรื่องนางอีก! ข้ามีเชื่อเหรินคนเดียวก็พอ!” แม่นมฉินได้แต่ทอดถอนใจยาว นางรู้ดี คําพูดวันนี้คือการตัดสายใย
โดยสมบูรณ์
อีกด้านหนึ่ง จ้าวเข่อหรันมาถึงสวนสุยเฟิง สีหน้าสดใสราวไม่เคยมี พายุผ่าน ชุนอี๋เหนียงจัดเตรียมอาหารกลางวันไว้เรียบร้อย และยังมี จ้าวเข่อเฟิงนั่งรออยู่ด้วย
“พี่ใหญ่…”
เด็กหนุ่มเอ่ยเ