าก็อยากให้ ฐานะถูกก้าหนดไว้ก่อน อย่างน้อยจะได้ไม่มีใครกล้าแย่งเจ้าไป”
จ้าวเข่อหรันส่ายหน้า ยิ้มทั้งเอ็นดูทั้งขบขัน
“ท่านคิดว่าข้าเป็นดอกไม้ล้ําค่าเพียงใดกัน ข้าใช่ว่าจะงดงามเลิศล้ํา มี
ผู้ใดจะแย่ง”
“เช่นนั้นยิ่งดี”
เขายิ้มอย่างพึงใจ
“มีเพียงข้าที่มองเห็นค่าของเจ้า คนอื่นจะได้ไม่ทันรู้ตัว
นางได้แต่ส่ายหน้าอย่างหมดคําพูด มองดูท้องฟ้าเริ่มสว่าง เขาจึงจ้า
ต้องปล่อย
“ไปเถิด อย่าให้สายกว่านี้เลย”
แม้หัวใจรั้งรอ แต่เขาก็รู้ ห้าวันคือขีดจํากัด หากซื้อไว้ จะกลายเป็น ภัยต่อนาง ในสายตาอาลัยของเขา จ้าวเข่อหรันก้าวขึ้นรถม้า มุ่งหน้ากลับ จวนให อ ภายในรถม้า นางเอ่ยถามขึ้นอย่างกะทันหัน
“ช่วงที่ข้าไม่อยู่ มีเรื่องใดเกิดขึ้นบ้างหรือ
ฉินเชียง งนั่งร่วมรถม้า มีสีหน้าลําาบากใจ คล้ายอยากพูดแต่ไม่กล้า จ้าวเข่อหรันขมวดคิ้ว
“เกิดเรื่องใหญ่ในจวนหรือ กระทบถึงชุนฮุยหยวนหรือไม่”
ฉินเชียงรีบส่ายหน้า
“คุณหนูวางใจ ข้าอยู่ที่สํานักงานใหญ่ของตําหนักเหยียนหลัว มิได้ กลับจวน แต่ไม่มีข่าวจากชื่อเสียง น่าจะไม่มีเรื่องใหญ่”
“เช่นนั้นเรื่องใดเล่า ทําหน้าเคร่งเครียดนัก”
ฉินเชียงลังเล ก่อนกล่าวเบา ๆ
“ในเมืองหลวง…เกิดเรื่องใหญ่ เกี่ยวกับคุณหนูรอง”
ดวงตาจ้าวเข่อหรันวาบขึ้น
“จ้าวเย่อเหรินอีกแล้วหรือ”
“เป็นเรื่องการหมั้นหมายกับหลินชื่อจื่อแห่งจงอี้โหวเจ้าค่ะ มีข่าวลือ
ว่าเขาหลงหญิงคณิกา ถึงขั้นตําหนิคุณหนูรองต่อหน้าผู้คน และทํ