ือนว่าอย่าได้คิดทำอะไรกับท่านอาจารย์จินเป็นอันขาด มิฉะนั้นผลที่ตามมาจะร้ายแรงยิ่งกว่าการที่ตงหมาน ตั่งเซี่ยงและถู่ปัวรวมกันมาโจมตีต้าคังเสียอีก!”
เฉินจี๋รู้สึกอับอายเล็กน้อยที่องค์หญิงเก้าล่วงรู้ความคิดของเขา
เขาแก้ตัวอย่างดื้อดึงว่า “จินเฟิงได้ต่อต้านศัตรูที่บุกล่วงล้ำดินแดนหลายครั้งและยังมีความดีความชอบในการช่วยชีวิตข้า ข้ายังไม่ทันได้ให้รางวัลเลย จะเป็นไปได้อย่างไรที่ข้าจะทำร้ายเขา?”
องค์หญิงเก้ารู้ว่าควรหยุดเพียงเท่านี้ นางจึงไม่ได้พูดต่อ แต่เปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนลง แล้วกล่าวเบา ๆ ว่า “เสด็จพ่อ หากลูกไม่ได้พบท่านอาจารย์จิน ไม่รู้ว่าลูกจะต้องเผชิญกับการดูถูกเหยียดหยามเช่นไรในถู่ปัว การแต่งงานกับท่านอาจารย์ ลูกไม่รู้สึกว่าต้องยอมเสียสละแต่อย่างใด กลับรู้สึกโชคดีเสียด้วยซ้ำ
ท่านอาจารย์ไม่เพียงแต่มีความสามารถในการบริหารบ้านเมือง แต่ยังรู้จักเอาใจใส่ผู้อื่น ตั้งแต่ลูกอยู่ที่ซีเหอวาน ลูกไม่เคยเห็นเขาพูดจาหยาบคายกับท่านพี่เสี่ยวโหรวหรือถังเสียวเป่ยเลย สามีภรรยาปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ เมื่อเทียบกับราชบุตรเขยผู้เป็นสามีของฮั่นหยางและเฉิงหยางแล้ว ไม่รู้ว่าดีกว่ากี่เท่าต่อกี่เท่า เสด็จพ่อไม่ต้องเป็นห่วงลูกหรอก”
“เห้อ!”
เฉินจี๋ถอนหายใจลึก
การเกิดมาเป็นองค์หญิงนั้นทั้งโชคดีและโชคร้าย
ที่องค์หญิงเก้าเพิ่งกล่าวถึงฮั่นหยางและเฉิงหยางนั้น คือองค์หญิงห้าและองค์หญิงแปดแห่งต้าคัง
ทั้งสองอายุมาก