บุกตรงไปยังค่ายใหญ่ตงหมาน
บนกำแพงเมือง เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ต่างรู้สึกขนลุกซู่
“แม่ทัพของผู้คุ้มกันภัยคือผู้ใด? เขาต้องการทำอะไร?”
“จะทำอะไรได้อีกเล่า รูปแบบการจัดทัพเช่นนี้ชัดเจนว่าต้องการบุกโจมตีอย่างหนัก!”
“พวกเขาเสียสติไปแล้วหรือ? ถึงกับคิดจะใช้กำลังพลเพียงเท่านี้ไปบุกโจมตีค่ายใหญ่ตงหมาน?!”
“จินเฟิงเป็นคนบ้า คนที่เขาพามาก็เป็นคนบ้าเหมือนกัน!”
“ใต้เท้าเกาพูดผิดไปแล้ว การศึกระหว่างสองกองทัพนั้น สิ่งที่ต้องเอาชนะกันก็คือความกล้าหาญอันเด็ดเดี่ยว เมื่อครู่ผู้คุ้มกันภัยมีเพียงไม่กี่ร้อยคนบุกเข้าไปในค่ายเพื่อจับแม่ทัพ พวกท่านก็บอกว่าพวกเขาบ้า แต่ผลเป็นอย่างไรเล่า? พวกเขาไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จ แต่ยังถอนตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย แทบไม่มีการสูญเสียเลย!”
“นั่นเป็นเพราะพวกตงหมานสับสนวุ่นวาย รู้ว่าคนที่บุกเข้าไปในค่ายเพื่อจับแม่ทัพมีไม่มาก ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่มีทางสำเร็จ!”
“ไม่ต้องสนใจว่าเพราะอะไร อย่างไรพวกเขาก็สำเร็จแล้ว!”
“โชคดีครั้งเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะโชคดีทุกครั้ง!”
“ผิดแล้ว ใต้เท้าเกานี่ไม่ใช่เรื่องของโชค แต่เป็นเรื่องของความกล้าหาญ! ความกล้าหาญ!”
……
เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ถกเถียงกันขึ้นมา
ฝ่ายสันติภาพรู้สึกว่าจางเหลียงบุ่มบ่ามเกินไป การนำคนบุกโจมตีอย่างรุนแรงนั้นเท่ากับเดินเข้าสู่ความตาย
ฝ่ายสนับสนุนสงครามกลับรู้สึกว่าจางเหลียงสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้อี