ื่อปีที่แล้วเกิดภัยหนาว ดังนั้นเมื่อหิมะละลาย ผู้ปกครองสูงสุดจึงส่งเหยียลวี่ซู่ผู้ปกครองฝ่ายซ้ายมายังต้าคังทันที
หนึ่งคือการรีดไถ สองคือการอวดกำลังต่อตั่งเซี่ยงและถู่ปัว
ตั่งเซี่ยงและถู่ปัวไม่สามารถบุกเข้าชายแดนต้าคังได้แม้แต่กองร้อยเดียว แต่ตงหมานกลับบุกเข้าถึงเมืองหลวงของต้าคังโดยตรง
เช่นนี้แล้ว ตงหมานย่อมเหนือกว่าตั่งเซี่ยงและถู่ปัวอยู่ขั้นหนึ่ง
เรื่องทุกอย่าง เหยียลวี่ซู่ไม่เคยคาดคิดว่าตนจะพ่ายแพ้
ริมฝั่งแม่น้ำฮวงโหราบเรียบดุจผืนผ้า เหยียลวี่ซู่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจินเฟิงจะใช้สิ่งใดมาหยุดยั้งทหารม้าสามหมื่นนายของเขาได้
ทว่าในฐานะผู้ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน เหยียลวี่ซู่มิได้ประมาทศัตรู
ภายหลังสั่งสอนรองผู้บัญชาการเสร็จสิ้น จึงมีบัญชาให้เพิ่มกองกำลังลาดตระเวนให้มากขึ้น
เมื่อคำสั่งถูกส่งออกไปไม่นาน ก็ได้ยินเสียงฆ้องทองแดงดังมาจากภายนอก
“มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นภายนอกหรือ?”
เหยียลวี่ซู่ขมวดคิ้วแล้วตะโกนออกไปด้านนอก
องครักษ์เข้ามารายงานว่า “เรียนต้าหวัง สายลับกลับมาแล้ว ด้านหลังมีผู้คนจากสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนไล่ล่าสังหารพวกเขาอยู่!”
“กล้าดียังไงมาไล่ล่าสังหารคนของข้า?” เหยียลวี่ซู่ถามด้วยความโกรธ “ฝ่ายตรงข้ามมากันกี่คน?”
“ไม่มาก เพียงแค่เจ็ดคนเท่านั้น!” องครักษ์ตอบ “หัวหน้าทัวเหลียนได้ส่งคนไปไล่ล่าพวกมันแล้ว!”
“ฮึ เมื่อจับตัวพวกมันได้ จงถลกหนังแล้วแขวนไว้นอกค่าย!”
“รับทราบ!” องครักษ์