“ตัดหัวจั่วเสียนหวังงั้นหรือ?!”
เหล่าขุนนางทั้งหมดต่างตกตะลึงกับคำพูดของเฉินจี๋
รวมถึงชิ่งกั๋วกงด้วย
ไม่ว่าจะเป็นชิงสุยกู่หรือต้าหม่างพัว ตระกูลชิ่งล้วนได้รับผลประโยชน์จากการตามหลังจินเฟิง
ตลอดมา ชิ่งกั๋วกงมีความประทับใจที่ดีต่อจินเฟิงและยอมรับในความสามารถของเขาอย่างมาก
แต่เขาก็ไม่กล้าเชื่อว่าจินเฟิงจะมีความสามารถจะสังหารจั่วเสียนหวังได้
“ฝ่าบาท โปรดทรงไตร่ตรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
เสนาบดีฝ่ายสันติภาพผู้อาวุโสคนหนึ่งก้าวออกมาแล้วร้องทูลว่า “จินเฟิงเป็นเพียงเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เพิ่งจะชนะศึกมาเพียงสองครั้งก็ทะนงตัวเสียแล้ว ฝ่าบาทอย่าได้ทรงหลงเชื่อคำของเขาเป็นอันขาด!”
แท้จริงแล้วฝ่ายสันติภาพหาได้มีแต่ผู้ที่คิดยอมศิโรราบต่อศัตรู แต่ยังมีผู้ที่ขลาดหวาดกลัวและหัวอนุรักษนิยมปะปนอยู่ด้วย
หลักการของพวกเขาคือ ทำหน้าที่ไปวัน ๆ ปัดเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก ปัดเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องเล็กลงไปอีก หากอยู่รอดไปได้วันหนึ่งก็ถือเป็นกำไรแล้ว
พวกคนเหล่านี้ไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับพวกตงหมาน ดังนั้นจึงไม่กลัวการชำระบัญชี เมื่อได้ยินว่าเฉินจี๋และจินเฟิงจะโจมตีพวกตงหมานอย่างจริงจัง พวกเขาต่างตกใจกลัว
ทันใดนั้น มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่ผู้หนึ่งวิ่งออกมาเห็นด้วย
“ฝ่าบาท พวกตงหมานมาครั้งนี้ก็เพราะประสบภัยพิบัติ มาขอความช่วยเหลือด้านเสบียงอาหารจากแคว้นต้าคังของพวกเรา เราเพียงแค่ให้อาหารเหลือเดนพวกเขาเล็กน้อย ก็สามารถไล