้าได้อีกต่อไป
ฮ่องเต้จ้องมององค์หญิงเก้าแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปหาเหล่าขุนนางพลางยกมือขึ้นเล็กน้อย “พวกเจ้าจงลุกขึ้นเถิด!”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!”
ข้าราชการทั้งปวงจึงลุกขึ้น
แท้จริงแล้ว ขุนนางที่ร่วมก่อกบฏมีเพียงหยิบมือ ข้าราชการส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยจึงไม่ได้หวาดกลัวอันใด
บางคนถึงกับแอบยินดีปรีดา
หลังการกวาดล้างครั้งนี้ ย่อมมีตำแหน่งว่างลงมากมาย พวกเขาค่อยหาทางเลื่อนขั้นได้
ชิ่งกั๋วกงเองก็แอบยินดีเช่นกัน
พวกเขาลุกขึ้น ค้อมตัวลงเล็กน้อยก่อนจะถามว่า “ไม่ทราบว่าฝ่าบาททรงเรียกพวกกระหม่อมมา ณ กำแพงเมืองแห่งนี้ด้วยเรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายต่างก็พากันเงยหน้ามองเฉินจี๋
“ไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่วันนี้สำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนของท่านอาจารย์จินจะสำเร็จโทษประหารผู้ปกครองฝ่ายซ้ายแห่งตงหมาน พวกเจ้าก็มาชมด้วยกันเถิด”
เฉินจี๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่ใส่ใจ
นับตั้งแต่ที่ได้ขึ้นครองราชย์ ฝ่ายสันติภาพก็เอาแต่กล่าวขวัญถึงความเกรียงไกรของกองทัพม้าตงหมานว่าพวกตั่งเซี่ยงและถู่ปัวยังมิอาจเอาชนะได้
เมื่อพวกเขาได้ยินฮ่องเต้เฉินจี๋แห่งต้าคังตรัสเช่นนั้น ก็ไม่สบอารมณ์นัก แต่ก็ไม่อาจโต้แย้ง
เพราะกองทัพต้าคังพ่ายแพ้แก่ศัตรูมาโดยตลอด
จนกระทั่งจินเฟิงยกทัพไปชิงสุยกู่รวมไปถึงต้าหม่างพัว ปะทะกองกำลังของศัตรู ได้ชัยชนะติดต่อกันถึงสองครั้ง ฮ่องเต้เฉินจี๋จึงทรงเริ่มผ่อนคลาย
คำพูดเมื่อครู่ จริง ๆ