สียอีก หากมิได้สวมชุดขาว ข้าย่อมมองไม่เห็นนางเป็นแน่!”
จินเฟิงกล่าว “เช่นนี้มิใช่ของชั้นเลิศแล้วจะเป็นอะไรไปได้?”
“ฮ่าๆๆ” องค์หญิงเก้าหัวเราะจนน้ำตาไหล “ก็เจ้าคอยแต่หาเรื่องชิ่นเอ๋อร์ เช่นนี้นางคงไม่ได้ไปที่ตำหนักนางในเป็นแน่ แต่นางคงไปหาที่ตำหนักซักรีด”
ตำหนักซักรีดเป็นแผนกงานบริการในวังหลวง นางกำนัลที่อยู่ในนั้นไม่ได้เน้นเรื่องรูปโฉม แต่ต้องมีความสามารถในการทำงาน
“แล้วเจ้าจัดการพวกนางอย่างไรในภายหลัง?” องค์หญิงเก้าถามด้วยรอยยิ้ม
“จะจัดการอย่างไรได้เล่า ก็ให้พวกนางกลับไปที่เดิมสิ”
จินเฟิงเปลี่ยนท่าทางให้สบายขึ้น ตบอกพลางกล่าวว่า “จริง ๆ แล้วที่เจ้าให้ชิ่นเอ๋อร์ไปหาหญิงรับใช้มาให้ข้าเป็นเรื่องเกินจำเป็น ข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ?”
“พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย!” องค์หญิงเก้าตีมือของจินเฟิงอย่างไม่สบอารมณ์
“หึ กล้าตีข้าหรือ?”
จินเฟิงออกแรงดึงองค์หญิงเก้าล้มลง
“อย่าเล่นสิ มีเรื่องสำคัญ!” องค์หญิงเก้าลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง “เพิ่งได้ข่าวมาว่าพวกตงหมานเริ่มส่งคนข้ามแม่น้ำแล้ว!”
“พวกมันบุกมาแล้วหรือ?”
ครั้นได้ยินเรื่องคอขาดบาดตายจินเฟิงก็ไม่ได้โอ้เอ้และรีบลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า
“ยัง พวกเขาถูกผู้คุ้มกันภัยสองนายใช้เครื่องเหวี่ยงหินปลิดชีพเสียก่อน”
องค์หญิงเก้าคุกเข่าอยู่บนเตียงพลางช่วยจินเฟิงสะสางชายผ้าไปพลางเอื้อนตอบ “แต่อีกฝ่ายก็ส่งกองกำลังอีกสองกองบุกข้ามแม่น้ำมาจากจุดอื่นแล้ว”
“ดูท่าพวกตงหมานคงร้อนใจนั