นายทหารหน่วยข่าวกรองเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าเป็นกังวล
จางเหลียงมีกำลังพลเพียงเท่านี้ แม้แต่ม้าศึกก็มีเพียงไม่กี่ร้อยตัว หากถูกพวกตงหมานพบเข้าคงไม่แคล้วต้องพบจุดจบอย่างแน่นอน
ในสายตาของหน่วยข่าวกรอง พวกจางเหลียงก็ไม่ต่างอะไรกับทหารที่จินเฟิงส่งมาตาย
“ไม่เป็นไรหรอก” จางเหลียงตบบ่าทหารหน่วยข่าวกรอง “พวกเจ้ากลับไปเถิด คอยระวังสัญญาณไว้!”
“แม่ทัพจางวางใจ ข้าจะให้คนเฝ้าดูตรงนี้อย่างใกล้ชิด พอเห็นสัญญาณจะรีบส่งเรือมารับพวกท่านทันที!” ทหารหน่วยข่าวกรองรับปากอย่างหนักแน่น
จางเหลียงพยักหน้า จากนั้นจึงนำผู้คุ้มกันภัยเดินหายไปในความมืดโดยผู้นำทางที่เป็นคนพื้นที่
……
ฝั่งเหนือของแม่น้ำฮวงโห ค่ายตงหมานทอดยาวไปหลายลี้
รุ่งสาง ภายในค่ายก็เริ่มคึกคักขึ้นทีละน้อย
ภายในกระโจมใหญ่กลางค่าย ชายร่างกำยำที่มีแผลเป็นบนใบหน้าดื่มนมแพะในถ้วยจนหมดในคำเดียว ก่อนจะเขาเช็ดเคราอย่างลวก ๆ แล้วถามว่า “ยังหาเรือข้ามแม่น้ำไม่พบอีกหรือ?”
“เรียนต้าหวัง พวกหนานหมานรู้ว่าพวกเราจะมา จึงส่งเรือประมงออกไปก่อนหน้านี้แล้ว”
รองผู้บัญชาการคนหนึ่งคุกเข่าตอบว่า “ผู้ใต้บังคับบัญชากำลังส่งคนไปตามหาตามริมฝั่งอยู่”
“พวกเราไม่มีคนอยู่ในราชสำนักของพวกหนานหมานหรอกหรือ เหตุใดไม่ถามตรง ๆ?”
เหยียลวี่ซู่ถามขึ้น
“ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นในราชสำนักของพวกหนานหมาน ตอนนี้ประตูเมืองทั้งหมดถูกปิดแล้วและสายลับที่เคยส่งข่าวให้พวกเราก็หายตัวไป…”
“เกิด