้ามแม่น้ำ ยังไม่สามารถติดต่อสายลับในราชสำนักของพวกหนานหมานได้ ผลลัพธ์เป็นเช่นไรข้าไม่จำเป็นต้องบอกใช่หรือไม่?”
รองผู้บัญชาการก็ผลักภาระงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาอีกครั้ง
ทหารตงหมานทุกคนล้วนรู้ดีถึงวิธีการทำงานของจั่วเสียนหวังหรือผู้ปกครองฝ่ายซ้ายผู้นี้ดี พวกเขาจึงมิอาจประมาทได้
ไม่นานนัก ทหารม้าสองกองก็ออกควบม้าไปตามริมฝั่งแม่น้ำฮวงโห แยกย้ายกันไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เพื่อออกตามหาเรือ
ส่วนทหารอีกหลายสิบนายก็ช่วยกันลากแพหนังที่เตรียมเอาไว้ลงสู่แม่น้ำฮวงโห
ทว่าจางเหลียงไหวตัวทัน เขาได้จัดเตรียมคนของตนไว้ที่ฝั่งตรงข้ามเสียก่อนแล้ว ครั้นเมื่อแพหนังลอยมาถึงกลางแม่น้ำ กองฟางที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นเครื่องเหวี่ยงหินที่ซ่อนอยู่ภายใน
ทหารตงหมานที่กำลังข้ามฟากรวมทั้งเรือที่โดยสารมาด้วย ล้วนถูกเครื่องเหวี่ยงหินโจมตีจนจมดิ่งสู่ก้นแม่น้ำฮวงโห
“นี่หรือคือเครื่องเหวี่ยงหินที่คนแซ่เฝิงผู้นั้นกล่าวถึง?” รองผู้บัญชาการมือค้ำศาลา พลางมองไปยังฝั่งแม่น้ำตรงข้าม “ช่างร้ายกาจยิ่งนัก เพียงไม่กี่สิบจั้งก็สามารถทำให้เรือแตกได้”
“แล้วบัดนี้พวกเราควรทำเช่นไรดี?” ทหารคนสนิทเอ่ยถาม
“ยังจะมีเช่นไรได้ รีบส่งคนไปอีก แยกกันข้ามแม่น้ำทั้งจากเหนือน้ำและใต้!”
รองผู้บัญชาการกล่าวอย่างร้อนใจ “ครั้งหน้าก่อนจะข้ามแม่น้ำก็ให้ดูให้แน่ใจเสียก่อน คอยสังเกตว่าอีกฝั่งมีสิ่งใดผิดปกติเช่นกองฟางหรือไม่ค่อยข