ขาด เข้าใจหรือไม่?”
“รับทราบ!” เฉาตงรีบพยักหน้ารับคำ
“พาพวกเขาไปยังซูมี่เยวี่ยนเดี๋ยวนี้”
จินเฟิงโบกมือ เฉาตงจึงรีบสั่งการผู้คุ้มกันภัยให้คุมตัวขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ไปยังสภาขุนนางที่อยู่ข้างหงเต๋อเตี้ยน
“ท่านอาจารย์ โชคดีที่ท่านมาทันเวลา มิเช่นนั้นวันนี้คงวุ่นวายไปหมดแล้ว”
ครั้นเมื่อผู้คุ้มกันภัยพาตัวขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊ออกไปจนหมดแล้ว องค์หญิงเก้าจึงเอื้อมมือไปช่วยจัดเสื้อผ้าของจินเฟิงที่ยับยู่ให้เข้าที่เข้าทาง
“คนพวกนี้ชอบรังแกคนอ่อนแอ ข่มเหงผู้อ่อนด้อย เห็นทีต้องขู่ให้เข็ดหลาบเสียบ้าง!”
“ว่าไปแล้วก็เป็นเพราะบารมีของเสด็จพ่อไม่มากพอ หากเป็นไท่ซ่างหวงยังอยู่ คิดหรือว่าจะมีผู้ใดกล้าส่งเสียงอื้ออึงในหงเต๋อเตี้ยนเช่นนี้ พวกมันคงถูกลากออกไปโบยจนตายไปนานแล้ว!”
องค์หญิงเก้าถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “หวังว่าเรื่องครั้งนี้จะทำให้เสด็จพ่อเปลี่ยนแปลงพระองค์ได้บ้าง”
แท้จริงแล้วจินเฟิงอยากเอ่ยว่า ‘สันดานคนแก้ไขได้ยาก’ แต่ด้วยเกรงว่าจะกระทบความรู้สึกขององค์หญิงเก้า จึงได้แต่เออออไปว่า “ขอเพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาล”
ทั้งสองเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ออกจากหงเต๋อเตี้ยน ก็เห็นต้าหลิววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
“ท่านอาจารย์ ลั่วหลานพึ่งส่งข่าวมา นางติดต่อพี่เหลียงได้แล้ว พวกผู้คุ้มกันรอบ ๆ เมืองหลวง ก็ไปรวมตัวกันที่ปาหลี่โกวเรียบร้อยแล้ว”
แม้ฉินเจิ้นจะยังไม่สามารถกำราบกองทหารรักษาพระองค์ได้ทั้งหมด แต่ก็ถื