อว่าสามารถควบคุมกองทหารรักษาพระองค์ได้อีกครั้ง ต้าหลิวจึงนั่งกระเช้าไปพบแม่นางลั่วหลานนอกเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ และเพิ่งกลับมาโดยกระเช้านี่เอง
“พี่เหลียงมาแล้ว ยอดเยี่ยม!”
จินเฟิงหันไปถามเป่ยเชียนสวิน “เจ้ารู้จักพื้นที่รอบ ๆ เมืองหลวงดี รู้หรือไม่ว่าที่ใดเหมาะแก่การซ่อนตัว?”
“ประตูเมืองทิศตะวันตก เดินทางออกไปห้าลี้ แล้วมุ่งหน้าไปทางทิศเหนืออีกสามลี้จะพบกับสุสานรกร้าง ที่นั่นมีป่ารกทึบ พวกชาวบ้านไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ เหมาะแก่การซ่อนตัวยิ่งนัก” เป่ยเชียนสวินกล่าวตอบ
“ประตูเมืองทิศตะวันตกห้าลี้ แล้วไปทางเหนืออีกสามลี้…”
จินเฟิงล้วงหยิบแผนที่ออกมาจากชายแขนเสื้อ พลางกวาดสายตามองหาตำแหน่งที่เป่ยเชียนสวินบอกเล่าเมื่อสักครู่ ก่อนจะพบกับสัญลักษณ์รูปสุสานปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษ
“สถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การซ่อนตัวเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งระยะทางก็ไม่ไกลเกินไป”
จินเฟิงเอ่ยขึ้นก่อนจะเก็บแผนที่แล้วหันไปหาต้าหลิว “เจ้าจงส่งคนไปแจ้งข่าวแก่พี่เหลียง ขอให้เขานำกำลังพลไปดูลาดเลาที่สุสานรกร้างแห่งนั้น หากเหมาะสมขอให้เขากับพวกที่เหลือรอสัญญาณจากข้าอยู่ที่นั่น!”
“ทราบ!”
ต้าหลิวเรียกหาผู้คุ้มกันภัยคนหนึ่ง แล้วสั่งให้ไปส่งจดหมาย
“ยังมิได้กินอะไรใช่หรือไม่ ไปหาอะไรกินก่อนเถิด”
จินเฟิงตบบ่าต้าหลิวเบา ๆ
“ทราบ!”
ต้าหลิววิ่งมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ไม่ได้กินอะไรเลยก็ย่อมหิวเป็นธรรมดา
“ท่านอาจารย์ เหตุใดพวกเรามีเร่อ