ชี่ฉิวแล้วยังต้องให้พี่เหลียงหลบซ่อนอีกหรือ?”
องค์หญิงเก้าเอ่ยถามว่า “เหตุใดไม่ยกทัพข้ามแม่น้ำไปตีพวกตงหมานจนแตกพ่ายไปเลย?”
“ตลิ่งฝั่งเหนือเป็นที่ราบกว้างขวาง พวกตงหมานมีทหารม้าถึงสามหมื่น ในขณะที่พวกเรามีเพียงสองพันกว่าคน อีกทั้งส่วนใหญ่ยังไม่มีม้าศึก ยากที่พวกเราจะกำจัดพวกมันได้สิ้นซาก”
จินเฟิงอธิบายว่า “ดังนั้น พวกเราจึงต้องรอคอยต่อไปรอโอกาสที่เหมาะสม”
“ท่านอาจารย์หมายจะกวาดล้างพวกมันจนสิ้นซากหรือ!”
องค์หญิงเก้าเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ในสายตาของนาง เพียงแค่จินเฟิงอาศัยเร่อชี่ฉิวกับระเบิดมือ ไล่ต้อนจนพวกตงหมานแตกพ่ายไป นับว่าเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่แล้ว
ใครเล่าจะคาดคิดว่าจินเฟิงกลับหมายมั่นจะกวาดล้างทหารม้าตงหมานเหล่านี้จนสิ้น!
ไม่ถึงสามพันคน จะไปกวาดล้างทหารม้าสามหมื่นคนได้อย่างไรกัน?
“ปีที่แล้วชาวตงหมานประสบภัยหนาวอย่างรุนแรง หากไม่กักตัวพวกมันไว้ พวกมันจะต้องปล้นสะดมระหว่างทางหนีกลับแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นชาวบ้านที่อยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำก็จะเดือดร้อน!”
จินเฟิงกล่าวว่า “ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเราต้องไม่ปล่อยให้ชาวตงหมานกลุ่มนี้หนีไป!”
เนื่องจากการรุกรานอย่างไม่หยุดหย่อนของชนเผ่าเร่อนทางตอนเหนือ ชาวต้าคังที่อาศัยอยู่ทางเหนือของแม่น้ำฮวงโหจึงมีจำนวนน้อย ผู้ที่มีโอกาสต่างย้ายไปทางตอนใต้ของแม่น้ำกันหมด
ความจริงแล้วเหอเป่ยหรือทางเหนือของแม่น้ำมีที่ราบกว้างใหญ่ เหมาะส