้มกันภัยทั้งหลายผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ความเร็วของพวกเขานั้นเหนือกว่าจินเฟิงมากนัก
แต่เมื่อเห็นว่าจินเฟิงและเป่ยเชียนสวินมีเพียงสองคน หน่วยผู้คุ้มกันภัยทั้งสองก็ชะลอความเร็วลง
ในใจของพวกเขาจินเฟิงสำคัญยิ่งกว่าฮ่องเต้เสียอีก
หากฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ จินเฟิงก็ยังสามารถนำพาพวกเขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้ แต่หากจินเฟิงเป็นอะไรไป วันดี ๆ ของพวกเขาคงถึงกาลอวสานเป็นแน่
“เหล่าจางเจ้ารออยู่ที่นี่ เหล่าเว่ยเจ้าจงนำคนไปยังหงเต๋อเตี้ยนก่อนเถิด ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องคุ้มครองความปลอดภัยของฝ่าบาทให้ได้!”
จินเฟิงวิ่งพลางออกคำสั่งไปพลาง
“ทราบ!”
ผู้คุ้มกันภัยคนหนึ่งในกลุ่มรีบเร่งควบม้าเร็วขึ้น
เมื่อจินเฟิงเข้ามาในท้องพระโรงหงเต๋อเตี้ยน พบว่าภายในวุ่นวายราวกับตลาดสด เหล่าขุนนางต่างร้องตะโกนเสียงดังโหวกเหวก ดูท่าทางจะร้อนรนกันเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนฮ่องเต้ยังคงประทับบนบัลลังก์สีหน้าบึ้งตึง
ขันทีคนสนิทนำพาองครักษ์หลวงหลายนายและทหารชุดเกราะแดงที่เหลืออยู่เพียงกองเดียว ยืนประจำการอย่างแข็งขันอยู่บนบันได
เบื้องล่างมีผู้คุ้มกันภัยกำลังควบคุมสถานการณ์อยู่
จินเฟิงกวาดตามองโดยรอบ แต่กลับไม่พบองค์หญิงเก้า
ทั้งที่เห็นนางมุ่งหน้าไปยังห