่ม ชิ่งเฟยก็ยังทอดมองเขามาเป็นระยะ จินเฟิงจึงรู้สึกไม่สบายใจนัก
“เหนียงเหนียง ข้ารู้สึกมึนศีรษะ ขอตัวออกไปเดินเล่นสักครู่” จินเฟิงเอ่ยปากขอตัว เตรียมล่าถอย
“มึนศีรษะหรือ จะให้ตามหมอหลวงมาดูอาการให้หรือไม่?” ชิ่งเฟยเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“มิเป็นไร ข้าออกไปเดินเล่นสักพักก็หายแล้ว” จินเฟิงรีบโบกมือปฏิเสธ
“ท่านแม่ ปล่อยเขาไปเถิด”
องค์หญิงเก้าทรงคาดเดาอารมณ์ของจินเฟิงได้ จึงจับแขนชิ่งเฟยพลางตรัสว่า “เหวินเอ๋อร์ไม่ได้พบท่านแม่นานนัก มีเรื่องมากมายอยากสอบถามเป็นการส่วนตัว เขาออกไปแล้วพวกเราจะได้สนทนากัน”
“ข้าขอตัว”
จินเฟิงกล่าวตอบรับพร้อมกับโค้งคำนับ แล้วเดินออกจากห้องทรงงานไป
เป่ยเชียนสวินถือดาบยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู เห็นจินเฟิงออกมาจึงรีบติดตามไป
ความวุ่นวายในวังเพิ่งสงบลง จินเฟิงยังไม่แน่ใจว่าพวกคนชุดดำถูกกำจัดสิ้นแล้วหรือไม่ จึงไม่ได้ปฏิเสธ
สองคนก็ไม่ได้เดินไปไกล จินเฟิงเห็นศาลาพักร้อนแห่งหนึ่ง จึงนั่งลงบนม้านั่งหินอย่างไม่เป็นทางการ
เขาชี้ไปที่ม้านั่งหินอีกตัวหนึ่งและกล่าวว่า “เชียนสวินนั่งลงเถิด ยืนมานานแล้วไม่เมื่อยหรือ?”
ตอนนี้เป่ยเชียนสวินคุ้นเคยกับกฎระเบียบของซีเหอวานแล้ว จึงไม่ได้เกรงใจและน