“ไม่แปลกใจที่ชารสชาติดีเช่นนี้ ที่แท้ก็เป็นเครื่องบรรณาการนี่เอง”
จินเฟิงเข้าใจในทันที “ระหว่างทางที่มานี่ยังกังวลว่าเจ้าจะใช้ชีวิตในเมืองหลวงอย่างยากลำบาก แต่ที่ไหนได้ พวกเจ้ากลับได้ดื่มแม้กระทั่งชาบรรณาการชั้นเลิศ”
“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกท่านอาจารย์” องค์หญิงเก้าเอื้อมมือคว้ามือของจินเฟิงไว้พลางกะพริบตาปริบ ๆ ดวงตากลมโตฉายแววออดอ้อนเอ่ยว่า “ที่จริงแล้ว อู่หยางคิดถึงท่านอาจารย์แทบขาดใจ”
“ฮึ่ม!”
จินเฟิงถึงกับตั้งตัวไม่ทันกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันขององค์หญิงเก้า
ก่อนหน้านี้ยังวางท่าทางเคร่งขรึม แต่พอเผลอครู่เดียวกลับแปรเปลี่ยนเป็นอีกคนได้รวดเร็วเช่นนี้
องค์หญิงเก้าเห็นสีหน้าจินเฟิงลำบากใจก็ทรงยิ้มอย่างขบขัน
นางพอจะทราบจุดอ่อนของจินเฟิงแล้ว
ครั้นองค์หญิงเก้ากำลังจะทรงไหลตามน้ำ พูดจาหยอกเย้าจินเฟิงสักสองสามประโยค ก็เห็นฉินเจิ้นนำคนเข้ามาในลานบ้านเสียก่อน
องค์หญิงเก้าจึงทรงปล่อยมือจินเฟิงแล้วลุกขึ้นเสด็จออกจากห้องโถง
ฝ่ายจินเฟิงยืนกัดฟันกรอดอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามเสด็จออกไป
“ท่านแม่ทัพฉิน มีข่าวคราวบ้างหรือไม่?” องค์หญิงเก้าเอ่ยถาม
“องค์หญิง เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”