“ข้าไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ” จินเฟิงอดเหน็บไม่ได้ พลันฉุกคิดขึ้นได้ว่า “บิดาของท่านเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งทหารรักษาพระองค์ บัดนี้แม้แต่กำแพงเมืองยังตกไปอยู่ในมือผู้อื่นได้ บิดาของท่านไม่ถูกยึดอำนาจไปแล้วหรือ?”
“บ่ายวันนี้ข้าก็เป็นกังวลเช่นกัน แต่ตอนนั้นคิดว่าพรุ่งนี้กลับเข้าเมืองไปก็คงได้รู้เรื่อง ใครเล่าจะรู้ว่ายามค่ำคืนเช่นนี้ กลับมีผู้กล้าบุกโจมตีที่ประทับขององค์หญิงกลางเมืองหลวงเช่นนี้!”
ฉินเจิ้นกล่าวว่า “ในเมืองหลวงต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นเป็นแน่ ข้ามาพบท่านเช่นนี้ ก็เพื่อจะถามว่าท่านพอจะมีหนทางส่งข่าวกลับเข้าเมืองหรือไม่?”
จินเฟิงได้ยินดังนั้น ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในใจคือ ‘เจ้าคนผู้นี้มิได้มาล่อหลอก สืบข่าวสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนของเขาหรอกนะ’
แต่ความคิดนี้ก็ถูกปัดออกไปอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยขององค์หญิงเก้า จินเฟิงไม่อาจเสี่ยงได้ ไม่ว่าคำพูดของฉินเจิ้นจะเป็นจริงหรือเป็นกลลวงล้วงข่าว
หากภายหลังพิสูจน์ได้ว่าฉินเจิ้นหลอกลวง ค่อยหาทางจัดการเขาก็ยังทัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น จินเฟิงจึงหันไปตะโกนว่า “ต้าหลิวไปตามตัวลั่วหลานมา!”
“ข้ามาแล้ว!”