ลั่วหลานวิ่งเข้ามาพลางรวบผมของตนเองขึ้น
นางก็รู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ได้ยินเสียงกีบเท้าม้า แต่สตรีนั้นย่อมใช้เวลาแต่งกายนานกว่าบุรุษ
ครั้นเมื่อนางวิ่งมาถึง ก็ได้ยินจินเฟิงเอ่ยปากให้ต้าหลิวให้ไปตามตัวพอดี
“ลั่วหลาน ในเมืองหลวงมีคนล้อมที่ประทับองค์หญิง พวกเจ้ามีวิธีส่งข่าวเข้าเมืองหรือไม่?” จินเฟิงถาม
“ในเมืองหลวงมีคนล้อมที่ประทับองค์หญิงหรือ?”
ลั่วหลานก็ตกใจกับข่าวนี้ไม่น้อย “ตอนกลางวันข้าส่งนกพิราบสื่อสารไป แต่ตอนกลางคืนนกไม่สามารถบินได้”
นกพิราบนั้นตาบอดกลางคืน ยามราตรีจึงมิอาจโผบิน
ยามค่ำคืนแอบไปแปลงผักจับนกพิราบก็มิต้องใช้แห เพียงย่องไปใกล้ ๆ ก็จับได้โดยง่าย
“นอกจากนกพิราบส่งสารแล้ว ยังมีวิธีอื่นอีกหรือไม่?” จินเฟิงเอ่ยถาม
“ไม่มีแล้ว” ลั่วหลานส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยถาม “จริงสิ ท่านอาจารย์ องค์หญิงได้พกธนูหัวนกหวีดติดตัวมาด้วยมิใช่หรือ จากกลางเมืองหลวงมายังสำนักคุ้มภัยไม่ไกล หากนางยิงธนูหัวนกหวีด พวกพี่น้องในสำนักคุ้มภัยย่อมได้ยิน”
“จริงด้วย ธนูหัวนกหวีด!” จินเฟิงเพิ่งนึกขึ้นได้