“หากประตูเมืองจินชวนถูกปิดโดยกะทันหัน การจะเปิดอีกครั้งต้องรอให้เสี้ยนลิ่งและเสี้ยนเว่ยร่วมกันออกคำสั่ง หากเป็นเมืองหลวง ยิ่งต้องยุ่งยากกว่านั้นหลายเท่า คงต้องรอให้ฝ่าบาททรงออกบัญชาด้วยพระองค์เอง”
ผู้คุ้มกันภัยผู้นั้นกล่าวว่า “ถึงแม้ว่าฉินเจิ้นจะเป็นทหารรักษาพระองค์ ก็มิอาจเปิดประตูเมืองได้ตามใจชอบ”
“ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะเปิดประตูเมืองตอนยามโหย่วสามเค่อ แน่นอนว่าไม่ได้กล่าววาจาเลื่อนลอยเป็นแน่”
ต้าหลิวหันไปถาม “ท่านอาจารย์ หากฉินเจิ้นเรียกให้เปิดประตูเมือง พวกข้าควรติดตามเข้าไปหรือไม่? ข้าจะได้ให้ทุกคนเตรียมตัว”
“ได้” จินเฟิงพยักหน้ารับ
ต้าหลิวจึงหันหลังขี่ม้าออกไป เร่งให้ผู้คุ้มกันภัยเก็บข้าวของเตรียมตัวเข้าเมือง
“ท่านอาจารย์ แม่ทัพฉินเจิ้นจะสามารถเรียกให้เปิดประตูเมืองได้หรือไม่?” ลั่วหลานเอ่ยถาม
“ฉินเจิ้นเป็นบุตรชายของแม่ทัพใหญ่กองทัพอวี้หลิน แล้วยังเป็นผู้บัญชาการกองพลที่หนึ่งของทหารรักษาพระองค์ชุดเกราะแดงอีกทั้งกองกำลังป้องกันเมืองก็ล้วนเป็นคนของเขา หากแม้แต่เขาเอ่ยปากแล้วก็ยังไม่สามารถเปิดประตูเมืองได้ พวกเราก็คงหมดหวัง” จินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง