ว่าเป็นเมืองที่รุ่งเรืองที่สุด หอการค้าจึงให้ความสำคัญและหมายมั่นที่จะพัฒนา
การเช่าโกดังในเมืองหลวงนั้นช่างมีราคาแพงนัก ลั่วหลานจึงได้เช่าเรือนร้างนอกเมืองไว้ใช้เป็นโกดังเก็บของ
ตอนนี้ฮ่องเต้รู้ดีว่าเขามาแล้ว อีกทั้งยังรู้ที่ซ่อนขององค์หญิงเก้าเป็นอย่างดี จินเฟิงจึงไม่จำเป็นต้องปลอมตัวอีกต่อไปและสั่งให้คนนำผ้าไปไว้ที่โกดัง จากนั้นจึงนำผู้คุ้มกันภัยติดตามไปเพียงไม่กี่คน เดินทางเช่นนี้ย่อมรวดเร็วกว่า
“โกดังที่ข้าเลือกอยู่ไม่ไกลจากประตูเมืองนัก จะได้สะดวกยามขนย้ายสิ่งของ ข้างหน้าไปอีกสามลี้มีร้านน้ำชาอยู่แห่งหนึ่ง เหล่าผู้คุ้มกันภัยและลูกจ้างมักแวะพักที่นั่น ความสัมพันธ์จึงค่อนข้างดี”
ลั่วหลานคาดเดาแผนการของจินเฟิงได้ จึงเอ่ยปากเสนอ “ท่านอาจารย์นำผ้าสู่ปู้ไปไว้ที่ร้านน้ำชาก่อนเถิด เดี๋ยวข้าจะสั่งให้คนมารับไป”
จินเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย ลั่วหลานจึงรีบจัดคนตามไปทันที
ผู้ดูแลร้านน้ำชาเป็นแม่ผัวลูกสะใภ้ สามีของพวกนางเสียชีวิตไปแล้ว ปัจจุบันแม่ผัวลูกสะใภ้จึงอาศัยอยู่กับเด็กหญิงตัวน้อยเพียงลำพัง พึ่งพาอาชีพขายน้ำชาเลี้ยงชีพไปวัน ๆ
ร้านน้ำชาแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปราว ๆ ยี่สิบกว่าลี้ เป็นจุดแวะพักที่ขาดไม่ได้สำหรับทั้งผู้คุ้มกันที่เดินทางมาจากชวนสู่ หรือแม้แต่ผู้ที่กำลังจะเดินทางออกจากเมืองหลวงกลับไปยังชวนสู่
เมื่อเวลาผ่านไป นางทั้งสองก็เริ่มคุ้นเคยกับพวกผู้คุ้มกันภัยและลูกค้าของหอการค