“องค์หญิงเพคะ นี่คือชาใหม่จากซิ่นหยาง ลองเสวยดูนะเพคะ”
ชิ่นเอ๋อร์ถือถาดชาในมือ ก่อนจะนำชุดชาไปวางบนโต๊ะตัวเล็ก
“แล้วเรื่องเลี่ยวอิ้นเป็นอย่างไรบ้าง?”
องค์หญิงเก้าไม่ได้สนใจชุดน้ำชาที่อยู่ตรงหน้า นางเงยหน้าขึ้นเอ่ยถาม
เพื่อป้องกันมิให้จินเฟิงล่วงรู้ นางจึงระมัดระวังตัวเป็นอย่างยิ่งตลอดทางที่กลับมาจากชวนสู่
ทั้งสำนักคุ้มภัย หอการค้าและกลุ่มของจงหมิง ล้วนแต่เป็นคนของจินเฟิง ไม่มีใครได้พบตัวนาง แต่พอมาถึงเมืองหลวง แทนที่จะได้เข้าเมือง กลับถูกทหารชุดเกราะแดงสกัดเสียก่อน
บัดนี้องค์หญิงเก้าจึงได้ตระหนักว่า นางประเมินฮ่องเต้ผิดไป
ฮ่องเต้เฉินจี๋ดูไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย วัน ๆ คิดแต่จะแต่งโคลง วาดภาพ หรือไม่ก็เอาแต่ลุ่มหลงอยู่กับนางสนมในวังหลัง
แม้กระทั่งองค์หญิงเก้าก็คิดว่าฮ่องเต้เป็นเพียงกษัตริย์ผู้โง่เขลา
กระทั่งได้พบกับทหารชุดเกราะแดง องค์หญิงเก้าจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาหาได้โง่เขลาอย่างที่คิด
แม้แต่เหล่าขุนนางผู้ทรงอำนาจ รวมถึงกลุ่มของจงหมิของจินเฟิงยังหาตัวนางไม่พบ แต่ฝ่าบาทกลับทรงสกัดกั้นนางไว้ได้
เป็นเครื่องชี้ชัดว่ารอบ ๆ เมืองหลวงแห่งนี้ อำนาจของฮ่องเต้เหนือกว่าผู้อื่นใด