แต่จั่วจางซื่อกลับคะยั้นคะยอจินเฟิงจนใจอ่อน คิดว่าเหล้าหวานนี้คงไม่แรงนัก จึงยอมดื่มไปหนึ่งถ้วย
แต่กลับเป็นการเปิดช่องให้หญิงสาวคนอื่นพากันยกเหล้าหวานมาให้จินเฟิงบ้าง
เหล่าหญิงสาวผู้นี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ที่หยางเจวี้ยนหลิ่ง หรือไม่ก็ร่วมเดินทางไปยังต้าหม่างพัวเพื่อปล้น ค่ายม้าศึก จินเฟิงไม่อาจปฏิเสธน้ำใจของพวกนางได้
กวานเสี่ยวโหรวเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อพวกนางพากันมาคารวะจินเฟิงจนครบทุกคน แล้วนางก็เป็นคนถัดไป
ถังเสียวเป่ยเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเผ่นหนีไปเสีย
จินเฟิงจำไม่ได้ว่างานเลี้ยงรอบกองไฟนั้นสิ้นสุดลงเมื่อใด รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ต้องยกถ้วยดื่มแล้วดื่มอีก
ครั้นลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็ล่วงเข้าเช้าวันใหม่เสียแล้ว
ข้างกายนั้นมีกวานเสี่ยวโหรวนอนหลับใหลอยู่ นางหลับสนิทใบหน้าแดงระเรื่อ ปากยังคงส่งกลิ่นสุราจาง ๆ
ถังเสียวเป่ยนั่งอยู่ข้างเตียง เห็นจินเฟิงตื่นขึ้นจึงรินน้ำอุ่นส่งให้
“เมื่อคืนข้าไม่ได้ร้องเพลงกั๋วจี้เกอออกมาใช่หรือไม่”
จินเฟิงรับน้ำมาดื่ม พลางถามไปขณะนวดศีรษะ
“ไม่ได้ร้อง ท่านไม่ได้ร้องเพลง ไม่ได้แต่งบทกวีและมิได้กล่าววาจาใดเรื่องการก่อกบฏ”