ถังเสียวเป่ยยื่นผ้าขนหนูให้
“อย่างนั้นหรือ?”
จินเฟิงได้ยินดังนั้นก็ค่อยวางใจ
เมื่อวานรู้สึกตัวว่าตนเองอาจจะเมา จินเฟิงก็พร่ำบอกตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าห้ามพูดจาเหลวไหลออกมาอีก
ดูท่าตอนนี้คงจะควบคุมตัวเองได้แล้ว
“สามีที่รัก เรื่องเมื่อคืนเจ้าจำไม่ได้เลยหรือ?”
ถังเสียวเป่ย เดินเข้ามาใกล้จินเฟิงพลางกะพริบตาปริบ ๆ เอ่ยถามว่า
“ข้าจำไม่ค่อยได้แล้ว เกิดอะไรขึ้นหรือ หรือว่าข้าได้พูดสิ่งใดที่ไม่เหมาะสม เจ้าจึงทำสีหน้าเช่นนี้?”
จินเฟิงรู้สึกใจคอไม่สงบเมื่อถูกถังเสียวเป่ยจ้องมองเช่นนั้น
“ข้าเพียงแต่บอกว่าเจ้าไม่ได้แต่งบทกวี ไม่ได้พูดว่าเจ้าคิดก่อกบฏ ไม่ได้พูดว่าเจ้าไม่ได้ทำเรื่องอื่น”
“แล้วข้าทำสิ่งใดเล่า?” จิตใจของจินเฟิงเริ่มรู้สึกไม่ดี
“ไม่มีสิ่งใดหรอก เพียงแค่หยอกเย้ากับอนุของเจ้าเท่านั้น”
ถังเสียวเป่ยตั้งใจเน้นเสียงหนักแน่นที่คำว่า ‘อนุ’
“ใช่หรือ?” จินเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“หากเจ้าไม่เชื่อ ค่ำนี้ลองออกไปถามพวกนางดูสิ”
ถังเสียวเป่ยเหลือบมองจินเฟิงด้วยหางตา “ปกติไม่เห็นเจ้าแสดงออกเช่นนี้ พอดื่มสุราเข้าไป ถึงได้เผยธาตุแท้ออกมา คำพูดคำจาช่างโอหังนัก”