กระจกที่จินเฟิงมอบให้นางนั้นมีขนาดเพียงประมาณฝ่ามือ แต่กระจกบานนี้สูงกว่าตัวคนและกว้างกว่าครึ่งเมตร
“นี่เรียกว่ากระจกเงาเต็มตัว มันสามารถสะท้อนเห็นทั้งตัวได้”
จินเฟิงยิ้มก่อนกล่าวว่า “เหล่าเหยวียน ยกผ้าขึ้นเถิด ข้าจะดูว่ามันชัดพอหรือมีบิดเบี้ยวหรือไม่”
“ท่านอาจารย์วางใจ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่พวกข้าพอจะทำได้แล้ว”
เหล่าเหยวียนรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดผ้าหยาบออก
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อผ้าหยาบถูกเปิดออก ดวงตาของถังตงตงก็เบิกกว้างราวกับไม่เชื่อสายตาตนเอง
ส่วนทางด้านของแม่นางชิ่นเอ๋อร์นั้นดูเหมือนจะมีปฏิกิริยารุนแรงยิ่งกว่าถังตงตงเสียอีก
ทันทีที่ผ้าหยาบถูกเปิดออก นางเห็นผู้คนมากมายในกระจก จึงรีบกระโดดออกไปบังองค์หญิงเก้าเอาไว้ พร้อมกับชักมีดทหารคู่กายออกมาโดยไม่ลังเล
เมื่อพวกเขามองเห็นบุคคลในกระจกอย่างชัดเจนแล้ว จึงหลีกทางให้ด้วยท่าทางเคอะเขิน
“นี่… นี่มันชัดเกินไปแล้ว”
ถังตงตงชี้ไปที่กระจกด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
แม้แต่คิ้วขององค์หญิงเก้าก็เลิกขึ้นอย่างห้ามไม่ได้
ในที่สุดนางก็เข้าใจความหมายของคำกล่าวที่จินเฟิงได้เอ่ยไว้ก่อนหน้าว่า ‘มีหนทางทำเงินเพิ่มอีกแล้ว’