ถ้าเขียนแบบที่เฉินเหวินเหยวียนเขียน เขาก็ยิ่งใหญ่เกินไปแล้ว เขาก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่บ้าง
“ท่านอาจารย์ ท่านก็บอกข้าเองไม่ใช่หรือว่าศิลปะมาจากชีวิต แต่ต้องสูงส่งกว่าชีวิต” เฉินเหวินเหยวียนพูดพร้อมกับยิ้ม “เขียนแบบนี้จะได้กระตุ้นอารมณ์ของชาวบ้านไง!”
“ข้าว่านายน้อยเฉินเขียนแบบนี้ก็ไม่ผิดอะไร” องค์หญิงเก้าตรัส “ตอนนี้ประชาชนลำบากมาก พวกเราต้องให้ความหวังแก่พวกเขา บอกให้พวกเขารู้ว่ายังมีคนพยายามเพื่อพวกเขาอยู่”
จินเฟิงมององค์หญิงเก้าอย่างลึกซึ้งและพยักหน้าเล็กน้อย
จริงอยู่ชาวบ้านต้องการความหวัง
แบบนี้ถึงจะรับประกันได้ว่าสังคมจะดำเนินไปอย่างปกติ รับประกันได้ว่าโครงการต่าง ๆ จะดำเนินไปอย่างราบรื่น
ถ้าชาวบ้านรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ไม่เห็นความหวังใด ๆ ก็อาจจะออกปล้นฆ่าหรือแม้แต่ก่อกบฏ
ขณะที่ทั้งสี่คนกำลังคุยกัน ก็มีเสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวดังมาจากด้านหลัง
เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าการแสดงละครเวทีได้เริ่มขึ้นแล้ว
“ท่านอาจารย์ องค์หญิง ท่านจะไปดูหรือไม่ หากต้องการดู ข้าจะให้คนไปจัดสถานที่ใกล้ ๆ เวที” เว่ยต้าถงถาม
“ไม่ต้องหรอก!” จินเฟิงและองค์หญิงเก้าโบกมือพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย