เหล่าอิงยังไม่ทันตอบ เป่ยเชียนสวินกลับส่ายหน้าอย่างดื้อรั้น “ไม่…ไม่ต้องหรอก...ข้าทำได้!”
พูดจบก็ปล่อยขาของจินเฟิงออกและก้มหน้าลงพูดว่า “ท่านอาจารย์…ข้าต้องขอโทษด้วย ข้าไม่เคยนั่งสิ่งนี้มาก่อน...เลยเสียมารยาทไปหน่อย”
“ท่านอาจารย์ ตอนนี้เราลอยมาได้เกือบสองร้อยจั้งแล้ว ถ้าลงไปแล้วขึ้นมาใหม่ ก็คงจะใช้เวลานานมาก”
เหล่าอิงก้มหน้ามองไปที่เป่ยเชียนสวิน “แม่นางเชียนสวิน อย่ายืนขึ้นมามองข้างนอกเลย ทำเหมือนกำลังนั่งรถม้าแล้วกัน แบบนี้อาจจะดีขึ้นนะ”
“ได้!”
เป่ยเชียนสวินยื่นมือไปจับขอบตะกร้าไว้และหลับตาลงอย่างว่าง่าย จินตนาการว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ในรถม้า
“รถม้าโคลงเคลงไปมาสักพัก มีอะไรน่ากลัวล่ะ” เป่ยเชียนสวินปลอบใจตัวเองในใจ
จะว่าไปวิธีของเหล่าอิงใช้ได้ผลดีมาก เป่ยเชียนสวินเริ่มนิ่งและไม่กลัวแล้ว
จินเฟิงยืนยันว่าเป่ยเชียนสวินสงบลงจริง ๆ จึงถอนหายใจโล่งอกและส่งสัญญาณให้เหล่าอิงเพิ่มความสูงต่อไป
ชิ่งมู่หลานคนบ้าบิ่นก็ปรับตัวเข้ากับการโคลงเคลงของตะกร้าได้อย่างดี นางดึงแขนจินเฟิงแล้วถามว่า
“ท่านอาจารย์ เจ้าเคยสัมผัสเมฆหรือไม่ เมฆเป็นอย่างไรหรือ?”