เห็นว่าทำอะไรจินเฟิงไม่ได้ ก็ได้แต่โบกมือเรียกนายกองทหารท้องถิ่นกลับมา
เล่ห์กลเล็กๆ น้อย ๆ เช่นนี้ องค์หญิงเก้าไม่แม้แต่จะเหลือบมองและไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับขันทีนานนัก
รอจนกระทั่งนายกองทหารท้องถิ่นถอยไปอีกด้าน นางจึงเอ่ยถามว่า “ชายอ้วนสวี่กับพวกอยู่ที่ใด?เรียกออกมาให้หมด”
“องค์หญิงหมายความว่าอย่างไร? ข้าน้อยฟังไม่เข้าใจ”
ขันทีแกล้งทำเป็นงงงวย
“ฟังไม่เข้าใจก็ช่าง”
องค์หญิงเก้าไม่อยากพูดมากกับเขา ก่อนจะโบกมือไปทางฉินหมิง “หัวหน้าฉิน จับตัวเขาไปไว้ที่อื่นก่อน รอให้คนมาครบแล้วค่อยสอบถามพร้อมกัน”
“องค์หญิง จ๋าเจียคือทูตสวรรค์ที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้ง และยังเป็นตัวแทนของโจวมู่แห่งซื่อชวน พระองค์ไม่มีสิทธิ์จับข้า!”
ขันทีเห็นฉินหมิงพาคนเข้ามาจับตัวเองจริง ๆ จึงรีบหยิบป้ายทองจากเอว “จ๋าเจียมีป้ายทองพระราชทานจากฝ่าบาท ใครกล้าแตะต้องข้า?”
ฉินหมิงเห็นดังนั้นก็หยุดฝีเท้าทันที
ป้ายทองที่ฮ่องเต้พระราชทานด้วยพระหัตถ์ ก็เท่ากับเขาเป็นตัวแทนของฮ่องเต้
ฉินหมิงไม่กล้าแตะต้องเขาจริง ๆ
องค์หญิงเก้าหัวเราะเสียงเย็นก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้าศึก
“ท่านอาจารย์ ขอยืมดาบหน่อย”