ผู้มีอำนาจคนอื่น ๆ ต่างมีสีหน้าเศร้าหมอง แต่ชายเคราแพะกลับแย้มยิ้ม
“ใต้เท้าโจว ท่านนึกอะไรออกหรือ?” หัวหน้าขันทีถาม
“ข้านึกบางอย่างออก แต่ยังไม่แน่ใจนัก” ชายเคราแพะส่ายศีรษะ
“ถึงจุดนี้แล้ว เจ้าคิดอะไรออกก็ว่ามา อย่ามัวแต่เล่นทำท่าลึกลับนักเลย”
เพิ่งจะเร่งเร้าเสร็จ องค์รักษ์ที่ไปตามหาเมิ่งเทียนไห่ก็กลับมาแล้ว
เขากำลังจะเอ่ยปากพูด ชายเคราแพะก็ยกมือห้ามไว้
“เมิ่งเทียนไห่ออกนอกเมืองไปไล่ตามทหารม้าเกาเหยวียนแล้วหาตัวไม่เจอชั่วคราวใช่หรือไม่?” ชายเคราแพะมององค์รักษ์ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“ใต้เท้าโจวรู้ได้อย่างไร?” องค์รักษ์ชะงักไปครู่หนึ่ง “คนของกองทัพเวยเซิ่งบอกมาเช่นนั้น”
“”ฮ่าๆๆ ข้าเข้าใจแล้ว!” ชายเคราแพะลูบเคราก่อนจะหัวเราะลั่น
หัวหน้าขันทีถอนหายใจยาวและคลายคิ้วที่ขมวดแน่นออก
“ใต้เท้าโจว ถึงเวลานี้แล้ว ท่านยังจะมาทายปริศนาอะไรอีก!”
ชายอ้วนสวีตบขาพลางกล่าว “ท่านเข้าใจสิ่งใดกันแน่?”
“จริง ๆ แล้วไม่มีทหารม้าเกาเหยวียนเลย ทุกอย่างเป็นการสมรู้ร่วมคิดระหว่างชิ่งซินเหยากับเมิ่งเทียนไห่ต่างหาก!”
“ไม่มีทหารม้างั้นหรือ?”
“ใช่ ไม่มี!”
“แล้วที่กองกำลังป้องกันเมืองเห็นคือสิ่งใด?”