ผู้มีอิทธิพลคนอื่น ๆ ก็เข้าใจดี แต่ตระกูลสวีก็สูญเสียนักวางแผนไปหนึ่งคนจากแผนการครั้งนี้จริง ๆ จึงต้องยอมรับ ‘การกระทำเกินเหตุ’ ของชายอ้วนสวีไปโดยปริยาย
นี่ก็ถือเป็นความเข้าใจอย่างหนึ่งระหว่างผู้มีอิทธิพลด้วยกัน
ก่อนที่องค์หญิงเก้ามาถึง พวกเขาจะแข่งขันชิงดีกัน พอมีองค์หญิงเก้ามาเป็นศัตรูร่วมกัน พวกเขาก็รวมพลังกันได้ทันที เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อสู้กับศัตรูภายนอก
“พอรู้ว่าองค์หญิงเก้าออกจากเมืองหลวง ข้าก็ส่งข่าวให้คนที่เมืองหลวงสืบความเคลื่อนไหวขององค์หญิงเก้า ทรงเสด็จกลับไปเมืองหลวงและได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทแค่ครั้งเดียว ทั้งยังมีข่าวว่าทะเลาะกันอย่างไม่สบอารมณ์ ฝ่าบาททรงกริ้วมาก”
ชายเคราแพะกล่าวว่า “ตอนที่ออกมาจากวังหลวง องค์หญิงเก้าออกมามือเปล่า ข้าคิดว่าพระองค์มีโอกาสได้รับพระราชโองการน้อยมาก”
“ใต้เท้าโจว พวกเราอยู่ในเรือลำเดียวกัน ท่านต้องการจะพูดอะไรกันก็พูดมาตรง ๆ เถิด อย่าอ้อมค้อมอีกเลย”
ชายอ้วนสวีขมวดคิ้ว “ข้าไม่อยากเดาความหมายแฝงของท่าน”