จไม่ฆ่าเสี้ยนลิ่งแล้ว”
“นี่ยังต้องถามอีกหรือ?” เพื่อนร่วมทางมองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงกระซิบว่า “องค์หญิงเก้ามาแล้ว ท่านอาจารย์ไม่ต้องก่อกบฏก็สามารถฆ่าเสี้ยนลิ่งได้ แล้วจะก่อกบฏไปทำไม?”
“มีเหตุผล…” ผู้คุ้มกันภัยหลี่พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เหลาหลี่ เจ้าอย่าโทษท่านอาจารย์เลย ข้ามองออกว่าเมื่อครู่ท่านไม่ได้ล้อเล่น ท่านตั้งใจจะฆ่าเสี้ยนลิ่งจริง ๆ เพียงแต่ตอนนี้มีวิธีที่ดีกว่า…”
“ไม่ต้องบอกข้าก็รู้ การฆ่านายอำเภอเป็นเรื่องที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต ท่านอาจารย์ไม่ได้พาพวกเราไปทำโดยตรง แต่ให้โอกาสพวกเราจากไป เจ้านายแบบนี้หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ข้าจะโทษท่านอาจารย์ได้อย่างไร?”
ผู้คุ้มกันภัยหลี่กล่าวว่า “ข้าแค่รู้สึกไม่ยุติธรรม ท่านอาจารย์เป็นคนดีขนาดนี้ยังถูกบีบให้ต้องก่อกบฏ โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม!”
“พอ ๆ ไม่ต้องบ่นแล้ว องค์หญิงเก้าก็เสด็จมาแล้วมิใช่หรือ?”
สหายของเขาเตือนว่า “แล้วกลับไปห้ามเอาเรื่องวันนี้ไปพูดเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะนำภัยมาสู่ท่านอาจารย์ได้!”
“ข้าไม่ใช่คนโง่สักหน่อย อะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด ข้ายังไม่รู้อีกหรือ?”
ผู้คุ้มกันภัยหลี่ โบกมือ “ไม่ต้องห่วงหรอก”
บนลานโล่ง จินเฟิงและองค์หญิงเก้าก็ขึ้นหลังม้าพร้อมกับผู้คุ้มกันภัยที่ไม่ได้จากไป เดินทางกลับสู่ถนนหลวงด้วยกัน
เพิ่งเดินทางไปได้ครึ่งทาง ก็พบกับกองทหารม้ากำลังมาจากทางตรงข้าม
จินเฟิงเห็นธงดำของสำนักคุ้มภัยปักอยู่เหนือกองทห