ารม้าแต่ไกล คิดว่าเป็นกองกำลังปราบโจรจากหมู่บ้าน
แต่พอกองทัพเข้ามาใกล้ จึงพบว่าผู้นำกองทัพคือกวานเสี่ยวโหรวและถังตงตง
กวานเสี่ยวโหรวยังคงสวมชุดเกราะดำ หลังตรง ดูองอาจผึ่งผาย
“ท่านอาจารย์ ดูเหมือนฮูหยินเสี่ยวโหรวคิดถึงท่านมากเลยนะ ถึงได้มาต้อนรับไกลขนาดนี้”
ต้าหลิวหัวเราะพลางล้อเลียน
“เจ้าอยู่กับโหวจื่อนานก็เลยเรียนรู้ที่จะหาเรื่องใส่ตัวด้วยหรือ?”
จินเฟิงเหลือบมองไปที่ต้าหลิว “หากเจ้าคันตัวนัก ก็ไปหาต้นไม้ถู ๆ ซะ อย่ามาพูดจาแทะโลมข้า!”
“เอ่อ ข้าผิดไปแล้ว!”
ต้าหลิวนึกถึงสภาพอันน่าสังเวชของโหวจื่อที่ถูกถังเสียวเป่ยจัดการแล้วก็ขนลุกซู่
“ข้าจะจัดการเจ้าทีหลัง!”
จินเฟิงเอ่ยเสียงเย็นก่อนจะขี่ม้าเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าสุด
ฝั่งตรงข้าม กวานเสี่ยวโหรวได้กระโดดลงจากหลังม้าศึกและรออยู่ข้างทาง
ยิ่งจินเฟิงเข้ามาใกล้ ดวงตาของกวานเสี่ยวโหรวก็ยิ่งแดงก่ำ
นับตั้งแต่เกิดเหตุโจรผู้ร้ายที่จินชวน กวานเสี่ยวโหรวก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เกรงว่าจะมีอะไรผิดพลาดและทำให้จินเฟิงผิดหวัง นางจึงพยายามอย่างหนักเพื่อรับมือสถานการณ์นี้
ในที่สุดนางก็ผ่านมาได้
อดทนจนกระทั่งจินเฟิงกลับมา
เมื่อเห็นจินเฟิงกระโดดลงจากหลังม้า กวานเสี่ยวโหรวก็อดกลั้นไม่โผเข้ากอดเขาแล้วร้องไห้โฮ นางเพียงแค่เอ่ยเสียงเบาน้ำตาคลอเบ้า “สามี เจ้ากลับมาแล้ว!”
“อืม ข้ากลับมาแล้ว”
จินเฟิงไม่ใช่คนที่ถนัดในการแสดงออก จึงตอบกลับมาอย่างว่างเปล่าก่อนจะยื่นมือโอบ