โหวจื่อที่ยืนอยู่บนต้นไม้หรี่ตามองแล้วกล่าว
“องค์หญิงเก้า?” จินเฟิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะผลักต้าหลิวออกไป แล้วเดินไปที่ข้างทาง
และขบวนม้าก็หยุดลง
หญิงสาวที่เป็นหัวหน้าคนหนึ่งดึงผ้าคลุมหน้าออก ถ้าไม่ใช่องค์หญิงเก้าแล้วจะเป็นใครได้อีก?
แต่ในตอนนี้ องค์หญิงเก้าไม่ได้มีท่าทางสง่างามและสุขุมเหมือนก่อน แต่กลับเต็มไปด้วยความอ่อนล้า
เพราะต้องเดินทางท่ามกลางลมหนาวเป็นเวลานาน มือและใบหน้าจึงถูกความหนาวทำลายไม่น้อย
“องค์หญิง พระองค์ไม่ได้เสด็จกลับเมืองหลวงหรอกหรือ?”
จินเฟิงถามด้วยความสงสัย
“ข้า!…ข้า…”
องค์หญิงเก้ามองไปที่จินเฟิงและดวงตาก็เริ่มมีน้ำตาเอ่อ
เสียงของนางสั่นเครือ นางพยายามพูดถึงสองครั้งแล้วแต่ก็ไม่สามารถพูดประโยคที่สมบูรณ์ได้สักประโยค
เพื่อที่จะตามหาจินเฟิง นางจึงออกจากเมืองหลวงโดยไม่ได้หยุดพักแม้แต่วันเดียว
ตอนนี้เป็นเดือนสิบสองแล้ว องค์หญิงเก้าก็เดินทางฝ่าลมที่หนาวเหน็บจากเมืองหลวงวิ่งมาถึงเมืองจินชวนอย่างบ้าคลั่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่วันมานี้ เมื่อได้รู้ว่าจินเฟิงเข้าสู่ดินแดนชวนสู่แล้วนางก็แทบไม่ได้กินไม่ได้นอนและพยายามที่จะเร่งเดินทางให้เร็วที่สุด