พูดถึงตรงนี้ จินเฟิงก็นั่งยอง ๆ ลงอย่างทุกข์ใจ “พวกเราขนข้าวมาจากเจียงหนานมากมาย ตลอดฤดูหนาวก็เก็บสะสมผ้า ไว้จำนวนมาก แค่นี้ก็น่าจะผ่านพ้นวิกฤตไปได้ แต่ทุกวันยังมีผู้คนอดตายหนาวตายอีกมากมาย คิดแล้วมันก็บีบหัวใจข้าไปหมด!”
ถังเสียวเป่ยมองดูจินเฟิงที่ดูสิ้นหวังโดยไม่สนใจคนรอบข้าง นางจึงค่อย ๆ โอบกอดจินเฟิงเข้ามา “ข้าเข้าใจ เข้าใจทุกอย่าง! แต่ว่า…แต่ว่าการฆ่าเสี้ยนลิ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ”
“เสียวเป่ย ข้าคิดมาดีแล้ว!”
จินเฟิงผละตัวเองออกจากอ้อมกอดของถังเสียวเป่ยและยืนขึ้นใหม่อีกครั้ง “ในเมื่อตัดสินใจลงมือแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องลังเลอีก! ยิ่งลังเลนานวันประชาชนที่ต้องตายก็ยิ่งมากขึ้น!”
คำพูดนี้ทั้งพูดให้ถังเสียวเป่ยฟังและเป็นการให้กำลังใจตัวเองด้วย
หลังจากพูดจบสายตาของจินเฟิงก็ยิ่งมุ่งมั่นมากขึ้น
“เสียวเป่ย เจ้ากลับหมู่บ้านไปก่อนเถิด ไปบอกเรื่องนี้กับเสี่ยวโหรวสักหน่อย ให้นางเตรียมตัวไว้”
จินเฟิงสั่งเสร็จก็ลงจากภูเขาไปโดยไม่หันหลังกลับ
ถังเสียวเป่ยที่อยู่ข้างหลังร้อนใจจนต้องยกถูมือไปมา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะห้ามอย่างไร
หากเขาฆ่าเสี้ยนลิ่ง ทางราชสำนักจะต้องสอบสวนอย่างแน่นอน