ยามนี้ท้องฟ้ามืดมิด หมอกก็หนาทึบ กวานเสี่ยวโหรวจึงมองเห็นได้ไม่ชัด
เมื่อเข้าไปใกล้จึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าสหายหญิงที่ผู้นั้นอุ้มอยู่ในอ้อมแขนนั้นมีบาดแผลฉกรรจ์บนใบหน้า หูข้างซ้ายหายไปแล้ว ครึ่งซ้ายของเสื้อผ้าเปียกโชกไปด้วยเลือด มีเลือดไหลออกจากปากอย่างไม่รู้สึกตัว ดูแล้วน่าเวทนายิ่งนัก
“แพทย์ทหาร! เรียกแพทย์ทหารมารักษาคนเร็วเข้า
กวานเสี่ยวโหรวหันไปตะโกนสั่ง
หลังตะโกนจบ นางก็จะควักผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดแผลให้คนงานหญิง แต่พอยื่นมือไปควานหาก็พบว่าผ้าเช็ดหน้ายังอยู่ในชุดเกราะ
“พี่อาเยว่อดทนอีกนิด แพทย์ทหารจะมาช่วยแล้ว!”
การสวมเกราะทำให้ก้มตัวลำบาก กวานเสี่ยวโหรวจึงคุกเข่าลงกับพื้น ขณะเดียวกันก็ใช้มือช่วยปิดแผลให้คนงานหญิงพร้อมปลอบประโลม
ก่อนหน้านี้อาเยว่ที่เหมือนจะหมดสติไปแล้วก็ได้ลืมตาขึ้นมาราวกับรู้สึกได้ว่าบาดแผลของตนนั้นถูกสัมผัส
ด้วยความที่ไร้เรี่ยวแรงจะหันหน้าไปอีกทาง นางจึงไม่ได้เห็นกวานเสี่ยวโหรวและเห็นเพียงสหายหญิงคนหนึ่งที่ประคองนางอยู่เท่านั้น
“เสี่ยว…เสี่ยวเชี่ยนเจ้ายังมีชีวิตอยู่…ดี…”
อาเยว่เอ่ยด้วยเสียงอ่อนแรง “ข้า…ข้าคง…ไม่รอด…”