อนหน้านี้พวกนางคิดแค่ว่าไม่อยากจะยอมแพ้คนงานหญิงจากโรงงานสิ่งทอก็เลยลุกฮือขึ้นมา
แต่ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับโจรท้องถิ่นจริง ๆ คนงานหญิงจากเขาเถี่ยกว้านหลายคนกลับกลัวจนตัวสั่น
หลังจากที่มีการตีกลองรบไปสองครั้ง มีคนงานหญิงเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ตอบโต้ และอันเนื่องมาจากความตื่นตระหนก จึงมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่แทงโจรท้องถิ่นได้
ถือว่าพวกนางยังใช้ได้ กล่าวคืออย่างน้อยก็มีสติตอบโต้และลงมือโจมตี
แต่คนงานหญิงที่เหลือกลับไม่รู้จะทำอย่างไร หลายคนมีท่าทีขี้ขลาดตื่นกลัว บางคนถึงกับโยนไม้ไผ่ทิ้งแล้วนั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่บนพื้น
ฉินเฟยโมโหมากจนกระทืบเท้าตึงแล้วตะโกนสุดเสียงว่า “พวกเจ้ารีบสู้สิ!”
ทว่าเสียงในสนามรบนั้นอื้ออึงเกินกว่าที่คนงานหญิงจะได้ยินเสียงตะโกนของเขา
เมื่อพบว่าผู้คุ้มกันภัยได้รับแรงกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉินเฟย จึงต้องพาผู้ช่วยสองนายกระโดดลงจากก้อนหินใหญ่ และคว้าไม้ไผ่ยาวเอาไว้ก่อนจะพุ่งแทงไปทางโจรอย่างว่องไว
ผู้ชำนาญลงมือเองย่อมแตกต่าง ฉินเฟยไม่แทงพลาดแม้แต่เป้าเดียว ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาทีเขาก็สามารถแทงโจรท้องถิ่นไปแล้วห้าคน!
ในขณะที่เขากำลังลงมือแทงโจร เขาก็สั่งการคนงานหญิงที่อย