“จั่วเฟยเฟยนำพาเหล่าคนงานหญิงจากเขาเถี่ยกว้านเสี่ยงชีวิตสกัดกั้นโจรผู้ร้าย สามีไม่อยู่ ข้าต้องไปดูแลเพื่อช่วยดูแลขวัญและกำลังใจของผู้คน”
กวานเสี่ยวโหรวกล่าว “ก่อนจากไปสามีได้สั่งให้ข้าดูแลบ้านเรือน ข้ามิอาจปล่อยให้หัวใจของคนที่ของเขาเถี่ยกว้านสลายไปได้”
“เช่นนั้นเจ้ารอจนกว่าการสู้รบจะสิ้นสุดค่อยไปไม่ได้หรือ?”
ถังตงตงรั้งแขนของกวานเสี่ยวโหรวมิยอมปล่อย “ในสนามรบคมดาบนั้นไร้ตา หากเจ้า…หากเกิดความผิดพลาดใด ๆ ขึ้น ข้าจะไปชี้แจงต่อจินเฟิงได้อย่างไร?”
“ข้าสวมชุดเกราะอยู่เช่นนี้ ไม่มีอันตรายใดหรอก”
กวานเสี่ยวโหรวคลายมือของถังตงตงออกจากแขนของตน แล้วหันไปเห็นว่านางต้องการพูดบางอย่างอีกจึงเอ่ยแทรก “ตงตง ไม่มีเวลาแล้ว อย่าห้ามข้าเลย ข้าคิดดีแล้ว เจ้าห้ามข้าไปก็ไม่มีประโยชน์!”
พูดจบก็ไม่รอให้ถังตงตงพูดอีก นางก็ขึ้นนั่งบนหลังม้าทันทีโดยความช่วยเหลือจากอาจวี๋
หลิวเถี่ยที่จริงก็ไม่อยากให้กวานเสี่ยวโหรวไป แต่เห็นว่าถังตงตงยังห้ามไม่ได้ เขาก็ต้องเลิกคิด
“ทุกคน ขึ้นม้า ออกเดินทาง!”
ตามคำสั่งของหลิวเถี่ย ผู้คุ้มกันภัยทั้งหมดต่างขึ้นหลังม้าและมุ่งหน้าไปยังปากทางหมู่บ้าน