ฉินเฟยกล่าวต่อ “ท่านอาจารย์กล่าวว่า การทำศึกควรจู่โจมเมื่อฝ่ายตรงข้ามกำลังอ่อนล้า หยางเจวี้ยนหลิ่งอยู่ใกล้กับเขาเถี่ยกว้านมาก พวกเราใช้เวลาเดินทางเพียงสองก้านธูปก็จะไปถึง แล้วค่อยรอให้โจรเดินทางมาก็พอ!”
“ดูเหมือนหัวหน้าหมวดฉินจะคิดแผนเอาไว้แล้ว เช่นนั้นก็ตกลงตามที่เจ้าเสนอเถิด!”
จั่วเฟยเฟยพยักหน้าแล้วถามว่า “หัวหน้าหมวดฉิน ยังมีสิ่งใดจะสั่งการอีกหรือไม่?”
“นอกจากนั้น…” ฉินเฟยครุ่นคิดสักครู่แล้วกล่าวว่า “นอกจากหน้าไม้แล้ว ขอให้หัวหน้าโรงงานจั่วส่งคนไปตัดไม้ไผ่มาแล้วนำฝาหม้อของโรงอาหารมาด้วย!”
“ตัดไม้ไผ่? นำฝาหม้อมา?” จั่วเฟยเฟยสงสัยว่าตนได้ยินผิด “เพราะเหตุใด?”
“ข้าสังเกตการฝึกฝนของพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าสามารถใช้หน้าไม้และควบคุมเครื่องเหวี่ยงหินได้ดี แต่หากต้องต่อสู้ระยะประชิดเกรงว่าจะลำบาก”
ฉินเฟยอธิบายว่า “ดังนั้น ข้าจึงคิดจะใช้กลยุทธ์ของท่านอาจารย์ที่ชิงสุยกู่เพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด”
แม้ว่าจั่วเฟยเฟยจะอยากถามมากว่าจินเฟิงใช้กลยุทธ์ใดในชิงสุยกู่ แต่ก็รู้ว่าเวลานี้ไม่เหมาะที่จะซักถาม จึงเลือกที่จะเชื่อใจฉินเฟยและสั่งให้คนไปตัดไม้ไผ่ในป่าไผ่ จากนั้นก็นำฝาหม้อจากโรงอาหารมา