ั้น ๆ จะขมขื่น เพียงใด รถม้าก็ยังคงแล่นต่อไปโดยไม่เหลียวหลัง
ภายในรถม้าคั่นกลาง เบาะนุ่มฟูหนา กลิ่นหอมจากเตาเครื่องหอม ลอยกรุ่น โต๊ะเล็กกลางรถมีชาและขนมจัดวางพร้อมสรรพ จ้าวเข่อหรันนั่ง สงบเงียบ ยกถ้วยชาจีบเบา ๆ ท่าทางผ่อนคลายราวกับกําลังไปเยี่ยมญาติ ธรรมดา มิใช่งานใหญ่ที่รวมสายตาคนทั้งเมืองหลวง จ้าวเข่อเหรินมองพี่สาว ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างเรียบ ๆ
“พี่หญิงตั้งใจจะมอบฉากกั้นฝันนั้นจริงหรือเจ้าคะ?”
“ใชส”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“แต่ยังมีอีกชิ้นหนึ่งด้วย
อีกชิ้นหนึ่ง? หัวใจจ้าวเข่อเหรินกระตุกวูบ นางคิดมาตลอดว่าพี่สาวมี เพียงฉากกั้นเท่านั้น หากของอีกชิ้นล้ําค่ากว่า รูปสลักหยกกวนอิมยาวของ ตนจะมีถูกกลบรัศมีหรือ?
เบา ๆ
“พี่หญิงเตรียมอะไรไว้อีกหรือเจ้าคะ?”
นํ้าเสียงยังอ่อนหวาน ทว่าภายในกลับตึงเครียด เข่อหรันหัวเราะ
“เหตุใดเจ้าถึงสนใจของขวัญของข้าถึงเพียงนั้นเล่า? ว่าแต่ของเจ้าจะ
มอบสิ่งใด ข้ายังไม่รู้เลยนะ”
ชอบ”
ใบหน้าเย่อเหรินแข็งเล็กน้อย
“ถึงเวลาพี่หญิงก็จะทราบเองเจ้าค่ะ”
เย่อหรันมิได้ กต่อ เพียงเอ่ยเนิบ ๆ
“ของอีกชิ้นมิได้ใช้เงินซื้อ เป็นสิ่งที่ข้าตั้งใจทําเอง คิดว่าท่านยายคง
ได้ยินเช่นนั้น เย่อเหรินจิงคลายใจ ของทําเอง… ย่อมมิอาจเทียบหยก ยาวล้ําค่า นางเผลอยิ้มอยู่ในภวังค์ของตน เข่อหรันมองเห็นทุกอย่างชัดเจน
พลางหัวเราะเย็นในใจ หัวเราะไปเถิด อีกไม่นานเจ้าคงหัวเราะไม่ออก
เมื่อรถม้ามาถึงหน้าจวนถั่วกง