วล้วนเป็นโจรท้องถิ่นที่ถูกจับมาทั้งสิ้น
แต่เมื่อมาถึงขนาดนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสู้รบกันสักตั้ง
เมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงตาของฟางเหลยก็วาวโรจน์ หันไปออกคำสั่งว่า “หมวดสอง หมวดสาม สวมชุดเกราะ คนอื่น ๆ เตรียมพร้อมระวังภัย!”
“รับทราบ!”
เหล่าผู้คุ้มภัยขานรับคำสั่งแล้วลงมือปฏิบัติในทันที
เหล่าทหารกล้าที่ผ่านการคัดเลือกมาเป็นอย่างดีเริ่มสวมชุดเกราะ ส่วนคนที่เหลือต่างก็ยกธนูและหน้าไม้เล็งเป้ารอบด้าน
ฟางเหลยฉวยโอกาสนี้เรียกระดมเหล่ากองกำลังมาประชุมสงครามก่อนรบ
“ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล หากการรบได้เริ่มต้นขึ้นและสถานการณ์ปกติก็ทำตามแผนที่วางไว้ พยายามสังหารข้าศึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้!”
ฟางเหลยกำชับว่า “แต่หากข้าศึกมีเล่ห์เหลี่ยมกลใดก็อย่าได้ดันทุรัง แต่ให้รีบนำกำลังไปสมทบที่ซวงถัวเฟิง เข้าใจหรือไม่?”
เขายังคงรู้สึกกระวนกระวายใจจึงเน้นย้ำคำสั่งอีกครั้ง
มิฉะนั้นหากเกิดการสู้รบแล้ว สถานการณ์จะโกลาหลมาก เขากลัวว่าจะเกิดความผิดพลาดและไม่สามารถถอยทัพได้ทัน
“รับทราบ!” เหล่ากองกำลังต่างพากันพยักหน้ารับ
ในเมื่อพวกเขากล้ามาด้วยกำลังกว่าร้อยคน แปลว่าซวงถัวเฟิงก็คือที่พึ่งพิงสุดท้ายของพวกเขา
หากสู้ได้ก็สู้ หากสู้ไม่ได้ พวกเขาก็สามารถถอยทัพไปซวงถัวเฟิงได้เช่นกัน
หลังจากที่หมวดสองและหมวดสามสวมชุดเกราะดำเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ออกจากช่องเขาเพื่อตั้งขบวนรบ
บนพื้นที่โล่งใต้เขาซวงถัวเฟิง พวกโจรท้อง