ิ้นเหยวี่ยนเป็นเพียงชื่อที่ไม่คู่ควรกับความสามารถ โดยคิดว่าชื่อเสียงของสำนักคุ้มกันภัยเจิ้นเหยวี่ยนเป็นเพียงการโม้โอ้อวด แต่ความเป็นจริงไม่ได้เก่งกาจอย่างที่กล่าวอ้างเอาไว้เลย
ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อยเมื่อได้รับแจ้งจากเฉินซือเหยียว่ามีผู้คุ้มกันภัยอีกกว่าร้อยนายเดินทางมาช่วยเหลือที่ซวงถัวเฟิง ตรงกันข้าม พวกเขากลับรู้สึกตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ
“สหาย หากผู้ใดจัดการผู้คุ้มกันภัยได้หนึ่งคนก็จะได้รางวัลหนึ่งตำลึงเงิน จัดการหัวหน้าหมู่จะได้สามตำลึงเงิน จัดการหัวหน้าหมวดจะได้รับห้าตำลึงเงิน จัดการหัวหน้ากองร้อยจะได้รับสิบตำลึงเงิน!”
เหล่าหัวหน้าโจรท้องถิ่นให้กำลังใจลูกน้องของตนเป็นการใหญ่ “พวกเรามีมากกว่าหกร้อยคน พวกเขามีเพียงร้อยกว่าคนเท่านั้น หากผู้ใดชักช้าก็จะอด!”
เงินที่เฉินซือเหยียนำมาให้มากมายมหาศาล หากสังหารผู้คุ้มกันภัยและลูกจ้างของหอการค้าจินชวนลงก็สามารถนำหยาผายของคนเหล่านั้นไปแลกเป็นเงินได้
เมื่อศึกครั้งก่อนสิ้นสุดลง เฉินซือเหยียก็ได้ส่งคนมาทำตามสัญญาที่ให้ไว้ทันที
ด้วยเหตุนี้ เหล่าโจรท้องถิ่นจึงมองผู้คุ้มกันภัยเสมือนว่ากำลังมองกองเงินกองทอง
ไม่รอให้ผู้คุ้มกันภัยเข้ามาใกล้ พวกเขาต่างคนต่างวิ่งกรูเข้าหาผู้คุ้มกันภัยทันที
เพราะกลัวว่าหากวิ่งช้า ผู้คุ้มกันภัยจะถูกคนอื่นฆ่าตายแล้วไปรับรางวัลจนหมด
แต่แล้วพวกเขาก็ได้เห็นพลังการต่อสู้ที่แท้จริงของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยว