ข้ามาได้เลย ข้าจะช่วยนำทางให้เอง!” โจวเหยวียนเฉียงเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น
ดูเหมือนว่าหากมีเจ้าถิ่นคอยนำทางให้ก็ไม่เลว…
จินเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยิบรายการสิ่งที่ต้องการออกมาจากใต้แขนเสื้อ แล้วส่งให้กับชายตรงหน้า
หลังจากที่โจวเหยวียนเฉียงอ่านรายการแล้ว เขาก็ถามด้วยความประหลาดใจ “ของเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ช่างตีเหล็กใช้ ท่านอาจารย์จะซื้อไปทำสิ่งใดหรือ?”
“ข้าเป็นช่างตีเหล็ก”
“ว่าอย่างไรนะ? ท่านอาจารย์เป็นช่างตีเหล็กอย่างนั้นหรือ?!”
โจวเหยวียนเฉียงอ้าปากกว้างด้วยความประหลาดใจ
เมื่อคืนเขาอ่านบทกวีหลายบทที่จินเฟิงเป็นผู้เขียนนับครั้งไม่ถ้วน ในความคิดของโจวเหยวียนเฉียง การที่อีกฝ่ายสามารถเขียนบทกวีดังกล่าวได้ ต้องมาจากครอบครัวบัณฑิตเป็นแน่ แต่ใครจะรู้ว่าท่านอาจารย์จินเป็นช่างตีเหล็ก
“เหตุใดจึงมองข้าเช่นนั้นเล่า” จินเฟิงถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่มีอะไรหรอก บทกวีของท่านอาจารย์ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงได้ ข้าเพียงคิดว่าท่านต้องมาจากครอบครัวบัณฑิต คิดไม่ถึงเลยว่าท่านอาจารย์จะเป็นช่างตีเหล็ก”
โจวเหยวียนเฉียงไม่เพียงแต่ไม่ดูถูกจินเฟิงเพราะเขาเป็นช่างตีเหล็ก แต่ยังเคารพจินเฟิงมากยิ่งขึ้น
“ครอบครัวของข้าเป็นช่างตีเหล็กมาหลายชั่วอายุคน เมื่อมาถึงรุ่นของข้า ถึงได้เริ่มร่ำเรียนและรู้หนังสือ”
จินเฟิงถามต่อ “รายการของที่ข้าจดไว้นั้น สามารถหาซื้อได้หรือไม่?”
ในรายการที่เขาจดไว้ ส่วนใหญ่เป็นวัสดุที่ใช้ในกา