หรือไม่ว่าสิ่งใดน่าขุ่นเคืองใจมากที่สุด?”
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่น่าขุ่นเคืองใจที่สุดหรือ?” กวานเสี่ยวโหรวตกตะลึง “แล้วสิ่งใดคือสิ่งที่น่าขุ่นเคืองใจที่สุดเล่า?”
“สิ่งนั้นก็คือทางราชสำนักไม่เพียงแต่ปล่อยตัวเชลยศึกคืนกลับตั่งเซี่ยงเท่านั้น แต่ยังมอบวิธีการของท่านอาจารย์ในการทำเครื่องเหวี่ยงหินให้กับชาวตั่งเซี่ยงเพื่อเป็นการขอโทษด้วย!”
“ว่าอย่างไรนะ?!”
และในตอนนี้เองกวานเสี่ยวโหรวก็ได้รู้ว่าเหตุใดจินเฟิงและชิ่งมู่หลานถึงโกรธเพียงนี้
ชิ่งมู่หลานมักจะไปทานอาหารเย็นที่บ้านของนาง หลังอาหารค่ำ นางมักจะหารือกับจินเฟิงรื่องการจัดตั้งกองทัพ กวานเสี่ยวโหรวได้ฟังมันมากขึ้นจึงได้เรียนรู้กิจทางทหารมากขึ้นเช่นกัน
ตามที่จินเฟิงกล่าวไว้ วิธีที่ดีที่สุดสำหรับต้าคังในการจัดการกับทหารม้าในปัจจุบันคือการลาดตระเวนล่วงหน้า จากนั้นก็เสริมกำลังกำแพง เตรียมพื้นที่ และปกป้องเมือง
ข้อดีของทหารม้าคือว่องไว แต่การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจะทำให้ไม่สามารถบรรทุกเสบียงได้มากนัก
ดังนั้น เมื่อชาวตั่งเซี่ยงบุกต้าคัง พวกเขามักจะอาศัยการใช้ทรัพยากรที่ได้รับจากสงครามเพื่อขยายผลทางสงคราม กล่าวคือ ในขณะที่พวกเขาทำการปล้นราษฎร พวกเขาก็ยังคงต่อสู้ในเชิงลึกต่อไป
หากสามารถตรวจจับความตั้งใจที่จะบุกของชาวตั่งเซี่ยงได้ล่วงหน้า และสามารถรวบรวมผู้คนในเมืองพร้อมเสบียงได้ทันท่วงที อย่างเช่นการอพยพไปที่ภูเขา ชาวตั่งเซี่ยงก็จะล้มเหลวหากพวกเขาไ