ื่นชมท่านจริง ๆ!”
“ท่านอาจารย์จิน บทกวีสาวหนอนไหม*[1] แต่งได้ดีมาก!”
“ไม่ ข้าคิดว่าบทกวี ‘ทุกข์ของชาวนา’ เป็นกวีที่เขียนได้ดีที่สุด ใต้หล้านี้ไม่มีที่ดินใดไร้การเพาะปลูก แต่ยังมีชาวนาอดอยากตาย เพียงแค่ไม่กี่พยางค์ แต่ท่านสามารถแสดงอารมณ์ได้อย่างตรงไปตรงมา!”
“ข้าคิดว่า ‘บทกวีเชิญร่ำสุรา’ เป็นงานเขียนที่ดีที่สุด กล้าหาญ และยิ่งใหญ่!”
“ท่านอาจารย์จิน มีผลงานชิ้นเอกอื่นอีกหรือไม่?”
กลุ่มนายน้อยเข้ามาล้อมรอบจินเฟิงเพื่อพูดคุย
“สาวหนอนไหม? บทกวีเชิญร่ำสุรา ทุกข์ของชาวนา?”
จินเฟิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล
บทกวีเหล่านี้เขาไปขับมาไม่กี่แห่งเท่านั้น โดยเฉพาะ ‘บทกวีเชิญร่ำสุรา’ บทกวีนี้ปรากฏในต้าคังเป็นครั้งแรกเมื่อวาน พวกเขารู้ได้อย่างไร?
เมื่อวานมีใครได้ยินมันที่โรงเตี๊ยมอีกหรือ?
แล้วมีใครได้ยิน ‘กั๋วจี้เกอ’ บ้างหรือไม่?
ชั่วขณะหนึ่งจินเฟิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย
เขาส่งสัญญาณให้เถี่ยฉุยหยุดบุรุษเหล่านี้ จากนั้นก็ออกไปพร้อมกับถังเสียวเป่ย
“เถี่ยฉุย ตอนที่เราดื่มเมื่อวานนี้ มีคนนอกอยู่ในโรงเตี๊ยมหรือไม่?”
หลังออกมาจากประตูหอวาโยวสันต์ จินเฟิงก็ดึงเถี่ยฉุยไปที่ซอยเล็ก ๆ ทันที
“ท่านอาจารย์ไม่ต้องห่วง เมื่อวานข้าจัดให้สหายของเราเข้ากะ หลังจากที่อาหารถูกนำมาก็ไม่มีผู้ใดเข้ามาใกล้เรือนของเราแล้ว”
เถี่ยฉุยกล่าวอย่างมั่นใจ
เมื่อวานทุกคนดื่มกันเป็นกะ และมีทหารผ่านศึกสี่คนที่ไม่ได้ดื่มเลย
“แล้วพวกเขารู้เรื