งเสียวเป่ย แน่นอนว่ามันแต่งมาเพื่อนางโดยเฉพาะ”
“บทกวีนี้ดี แต่มันเป็นการสรรเสริญเกินไปหรือไม่?”
“แน่นอนว่าหากบทกวีวรรคที่ว่า ‘ล้ำค่าเปรียบทองพันกว้าน’ นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ค่าตัวของแม่นางเสียวเป่ยอาจจะเพิ่มเป็นสองเท่าก็ได้”
ผู้มีฐานะซึ่งมาดื่มชาที่หอนางโลมนี้ ส่วนใหญ่คือบุรุษผู้เป็นบัณฑิต ถึงจะเขียนกลอนไม่เก่งแต่ก็ถือว่ามีทักษะพื้นฐานในการสดับรับฟังไม่น้อย
แม้ว่าจะรู้สึกไม่พอใจนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าบทกวีนี้ดีกว่าบทกวีที่ผ่านมาทั้งหมด
ดวงตาของถังเสียวเป่ยเปลี่ยนไปเมื่อนางมองไปยังจินเฟิง
เมื่อครู่นางได้เผื่อใจและตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลือกเขาเพราะเหตุผลส่วนตัว แม้ว่าผลงานของเขาอาจจะไม่ได้ดีเยี่ยมนักก็ตาม ใครจะรู้ว่าตอนนี้นางไม่ต้องทำเช่นนั้นแล้ว
“นายน้อยจิน ช่างมีความสามารถ!”
ถังเสียวเป่ยเอ่ยชื่นชมจินเฟิง “ไม่รู้ว่าเสียวเป่ยผู้นี้จะโชคดีพอที่จะเชิญนายน้อยไปนั่งในเรือนด้านในสักครู่หรือไม่?”
“หากไม่เป็นการรบกวนแม่นาง ข้าก็ยินดี”
จินเฟิงยืนขึ้นและตอบตามมารยาท
เป้าหมายของการมาที่นี่ในวันนี้สำเร็จแล้ว
แต่ใบหน้าของนายน้อยคนอื่น ๆ กลับเริ่มแปลกไป
หญิงรับใช้ตัวน้อยต่างก็รีบปลีกตัวออกไปอย่างเงียบ ๆ
เมื่อถังเสียวเป่ยส่งนายน้อยคนอื่น ๆ เสร็จ นางกำลังจะพาจินเฟิงเข้าไปในเรือน ทว่าแม่เล้าและคนของอีกฝ่ายกลับรีบเข้ามาขวางประตูเอาไว้
[1] เยี่ยนจี่เต้า (晏几道) : นักกวีสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ
[2] หลี่ซือซือ (李师师)