้งสองต้องการพบแม่นางเสียวเป่ย ข้าสามารถจัดการให้ได้!”
“หมายความว่าอย่างไร เจ้าคิดจะคดโกงข้าอีกอย่างนั้นหรือ?”
จินเฟิงจงใจขึ้นเสียง “หากต้องเสียห้าร้อยตำลึงเงินสำหรับชาหนึ่งถ้วย ข้าคงไม่ขอพบแม่นางผู้นี้หรอก!”
การที่เถี่ยฉุยชักดาบออกมาดึงดูดความสนใจจากรอบข้างมาได้ไม่น้อย เมื่อจินเฟิงพูดเรื่องเหล่านี้ทุกคนก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นทันที
“หญิงสาวแบบใดกันที่แค่ดื่มน้ำชาเพียงถ้วยเดียวก็ต้องจ่ายห้าร้อยตำลึงเงินแล้ว? มีสตรีเช่นนั้นในหอวาโยวสันต์ด้วยหรือ?”
“ห้าร้อยตำลึงเงิน?! เราสามารถไปเมืองหลวงและเชิญแม่นางจื่อเยียนมาร่วมดื่มชาด้วยยังได้เลยมิใช่หรือ?”
“เจ้าไม่ได้ยินที่นายน้อยผู้นี้กล่าวอย่างนั้นรึ? นางคือแม่นางเสียวเป่ย”
“แม่นางเสียวเป่ยก็ไม่เลว แต่ดื่มชาเพียงถ้วยเดียวก็มิควรแพงขนาดนั้นมิใช่หรือ? หรือนางคิดว่านางเทียบได้กับแม่นางจื่อเยียนกันเล่า?”
“สหายเหลียง นี่ไม่ใช่ปัญหาของแม่นางเสียวเป่ย เห็นได้ชัดว่าผู้ดูแลคนนี้กำลังหลอกลูกค้า!”
“เขาเห็นว่าคนอื่นโง่เขลาหรืออย่างไร?”
“สิ่งที่หอวาโยวสันต์ทำนั้นผิดจรรยาบรรณไปเสียหน่อย”
…
ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็เริ่มแสดงความเห็นต่าง ๆ นานา บางคนถึงกับส่งเสียงโห่ไล่
เมื่อเห็นว่าเรื่องราวน่าจะรุนแรงขึ้น ผู้ดูแลก็วิตกกังวลมากและตบหน้าตัวเองถึงสองครั้ง “นายท่าน ข้าผิดไปแล้ว พวกเราสามารถพูดคุยต่อรองกันอีกครั้งได้หรือไม่?!”
“ข้าไม่มีเวลามาต่อรองอะไรหรอก หากเจ้าม